ียนกระทำเรื่องสละชีวิตเช่นนี้เพื่อทำให้คนที่มู่เฉียนซีปกป้องไม่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้ซีไปมีใจให้กับเขาอีกครั้ง!
มู่เฉียนซีกล่าว “จิ่วเยี่ย ตั้งแต่ข้าได้พบกับเจ้าที่สุสาน ข้าก็ไม่ใช่มู่เฉียนซีคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เจ้าไม่รู้สึกเหรอ?”
“ข้าไม่ใช่คนของโลกใบนี้ ไม่ว่าจะด้วยความบังเอิญหรือจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่มันทำให้ข้าได้กลายเป็นมู่เฉียนซีในโลกนี้ แต่ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ใช่นางผู้นั้นแล้ว” สำหรับเรื่องนี้ มู่เฉียนซีก็ได้กล่าวออกมาตามตรง
“ซวนหยวนหลี่เทียน ข้าก็แค่ตอบแทนน้ำใจให้เขาก็เท่านั้นเอง”
มู่เฉียนซีโผตัวเข้าไปในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งดุจดังเหล็กนั้น จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้แน่น
“คนแรกที่ซีได้พบเจอบนโลกใบนี้ ก็คือข้า!”
มู่เฉียนซีกล่าว “หากอาถิงไม่ใช่มนุษย์ เช่นนั้นเจ้าก็เป็นคนแรก”
“ศาลาเลือนรางเก้าชั้น ไม่ใช่มนุษย์แน่นอน!” แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้ จิ่วเยี่ยก็ยังคงไม่พอใจอาถิงอยู่ดี
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีแน่นอยู่นานมาก มู่เฉียนซีกล่าวถามเขาว่า “ไม่ฆ่าแล้วใช่หรือไม่?”
“ไม่ฆ่าแล้ว!” คนไม่สำคัญอันใด ไม่มีความจำเป็นใดที่ต้องฆ่า
“ข้ามีความสุขยิ่งนัก!”
“มีความสุขยิ่งนัก!”
เจ้าหมอนี่เป็นสุข แต่ผู้ที่ต้องทุกข์ทนขมขื่นก็ยังคงเป็นนาง
มู่เฉียนซีดีดตัวออกจากเขา “หวงจิ่วเยี่ย เจ้าเกินไปแล้วนะ!”
เนื่องจากจวนตระกูลมู่ถูกทำลาย พวกเขาจึงได้อยู่ในหอฉงโหลวบนเมฆา ในนี้เงียบและสงบมาก