งเชียนอ้าวเซี่ยต่อไป บางทีพวกเขาอาจจะถูกทำลายเสียก่อน
เมื่อพวกเขาออกมาพวกเขาก็รู้สึกถึงกลิ่นอายที่ไม่คุ้นเคย
มู่หรูเหยียนมองพวกเขาแล้วกล่าวว่า “องครักษ์เงาตระกูลมู่ นายน้อยน่าหลาน นายน้อยใหญ่เยวี่ย ข้ากำลังตามหาพวกท่านอยู่เลย!”
ดวงตาของนางฉายแววอาฆาต “ไม่คิดเลยว่าพวกเจ้าทั้งหลายจะมาตายเพียงเพื่อคนตายผู้เดียว!”
มู่อีกล่าว “มู่หรูเหยียน ไม่ต้องพูดพล่ามไร้สาระแล้ว ถ้าอยากแตะต้องร่างขององค์รัชทายาทเซี่ย เช่นนั้นก็ต้องผ่านศพข้าไปก่อน!”
“พวกเจ้าอยากตาย เช่นนั้นก็ตายซะเถอะ!”
ผ้าไหมสีขาวบินลอยอยู่เหนือทุ่งน้ำแข็ง
พลังระดับมหาจักรพรรดิทําให้พวกเขาหน้าเปลี่ยนสี
ถึงกระนั้นพวกเขาก็จะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
“ลงมือ!”
ปัง ปัง ปัง!
สิ่งเดียวที่พวกเขารู้สึกโชคดีก็คือชายชราพวกนั้นกลับไม่ได้ลงมือ
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ไม่มีโอกาสชนะได้เลย!
มู่หรูเหยียนกล่าว “พวกเจ้าไม่ต้องดิ้นรนไปให้ไร้ประโยชน์แล้ว ไปตายซะเถอะ!”
ฟิ้ว!
เสียงแหวกอากาศดังกึกก้อง ดาบปลายโค้งเล่มหนึ่งกรีดผ่านใบหน้าของมู่หรูเหยียน!
ซึ้บ!
แสงสีเลือดสาดประกายและหยดลงบนหิมะ!
“บ้าเอ๊ย!” สีหน้าของมู่หรูเหยียนหม่นคล้ำลง ผ้าไหมสีขาวจับคนที่ลอบโจมตีนางไว้ได้
“เจ้าลอบโจมตีข้า!”
นั่นเป็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่ดวงตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร มือของเขาเปื้อนเลือด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตายเขาไม่กลัวเลยสักนิด
มู่อีกล่าว “เสี่ยวชี!”
หอฉงโหลวบนเมฆากล่าว “นายท่าน ถึงทุ