างใดเลย สาวสวยอิ๋งเอ๋อร์นั้นเป็นถึงผู้พิทักษ์นิรันดร์ ต่อให้ข้าใช้พลังสูงสุดก็ไม่อาจหลอมนางได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการที่ข้ายืมมือที่รักของข้าหลอมเลย” นิรันดร์กล่าว
ในระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้น ชิ้นส่วนชิ้นหนึ่งก็ได้ลอยขึ้นมากลางอากาศ
นั่นคือกลีบดอกบัวหงษ์สีฟ้าผลึกใสแวววาวหนึ่งกลีบ ทำให้ทั้งมิติพลันเปลี่ยนราวกับเป็นวังใต้น้ำก็มิปาน
ตูม ปัง ปัง!
ผู้คนที่อยู่ในหอศิลานี้ต่างก็รู้สึกว่าหอศิลากำลังเคลื่อนที่!
“หอศิลาเคลื่อนที่แล้ว นี่มันเกิดอันใดขึ้น มันจะเคลื่อนลงไปใต้ดินหรือขึ้นกลางอากาศกันแน่!”
“เกรงว่าพวกเจ้าจะคิดในแง่ดีเกินไปน่ะสิ จะลอยขึ้นไปง่าย ๆ ได้ยังไงกัน?”
โม่จิ่นตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง หรือว่านายท่านจะจัดการกับมิติหอศิลาประหลาดนี้ได้แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “นี่สุ่ยจิงอิ๋งกำลังจะพาพวกเราไปส่งในที่ที่ปลอดภัยใช่หรือไม่?”
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าว “อืม! พลังในส่วนนี้ของข้าหมดลงแล้ว แต่พลังอีกส่วนหนึ่งแช่อยู่นานเช่นนี้ ก็เพียงพอที่จะส่งทุกคนไปยังหุบเขาหัวใจเพลิงได้”
“งือ!” นิรันดร์ได้ส่งเสียงเกียจคร้านอ่อนปวกเปียกออกมา
“ยอดดวงใจของข้า พอข้าตื่นขึ้นมาเจ้าก็ขูดรีดข้าจนแห้งเหือดซะแล้ว ข้าใช้พลังทั้งหมดเพื่อหลอมยากระดูกมังกรออกมา หากตกอยู่ในความหลับใหล เจ้าว่าเจ้าควรจะมอบกายใจตอบแทนข้าหรือไม่?”
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกขึ้นเล็กน้อย “เจ้าบอกข้ามาก่อนว่ายานี่มันมีประโยชน์เช่นไร!”
นิรันดร์กล่าว