อันชั่วร้ายว่า “แต่ทำไมข้าต้องบอกท่านด้วย! บุตรชายของท่านเกือบทำให้ข้าต้องตาย!”
“เจ้า…..” สายตาของหัวหน้าหุบเขาซือคงนั้นอยากที่จะฉีกนางออกเป็นชิ้นๆ
“พวกเราล้วนแต่เป็นสมาชิกของหุบเขาหมอเทวดา เช่นนั้นมิควรที่จะร่วมมือกันหรือ? หากมีหินแห่งมิติเหล่านี้หุบเขาหมอเทวดาของพวกเราจะต้องสามารถเหยียบสำนักเฟินเทียนเอาไว้ใต้เบื้องบาทาได้อย่างแน่นอน มิเพียงแต่จะสามารถเป็นสำนักปรุงยาอันดับหนึ่งแห่งแดนใต้ได้ อีกทั้งยังสามารถกลายเป็นสำนักนิกายระดับสามเพียงแห่งเดียวของแดนใต้ได้อีกด้วย”
หลังจากที่ได้เห็นความแข็งแกร่งของตำหนักเป่ยหานและตำหนักตงจี๋มาแล้วนั้น มู่เฉียนซีรู้สึกว่าการที่หัวหน้าหุบเขาซือคงคิดที่จะพัฒนาให้หุบเขาหมอเทวดากลายเป็นสำนักนิกายระดับสามนั้น มันช่างเป็นความเพ้อฝันของผู้โง่เขลาเสียจริง
จวินโม่ซีกล่าว “เก็บหินแห่งมิติมันก็มิใช่งานอะไรที่หนักหนาสากรรจ์ ทุกท่านนั้นมีอายุมากแล้ว อย่างไรเสียก็พักผ่อนอยู่ด้านข้างมองดูเอาก็พอแล้ว!”
คิดที่จะมาแบ่งถ้วยรางวัล ฝันไปเถอะ!
พวกเขานั้นมิใช่สมาชิกของหุบเขาหมอเทวดา หากแต่เป็นผู้มาล้างแค้นที่ต้องการจะทำลายล้างหุบเขาหมอเทวดา!
ต่อจากนั้น พวกเขานอกจากมองมู่เฉียนซีกับจวินโม่ซีที่ได้เก็บหินแห่งมิติมาอย่างมากมายด้วยความอิจฉาจนตาแดง พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
มู่เฉียนซีได้กวาดหินแห่งมิติไปทั้งหมดจนห้องว่างเปล่าอีกครั้งหนึ่ง และตอนที่นางเตรียมตัวจะออกจากห้อง