น่ ๆ นางจึงถึงกับนั่งไม่ติดและออกจากการเก็บตัวฝึกฝนก่อนกำหนด”
“ศิษย์พี่ช่างกวนเป็นถึงหนึ่งในร้อยอัจฉริยะนักปรุงยาแห่งหุบเขาหมอเทวดา อีกทั้งยังเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในการฝึกบำเพ็ญมากที่สุดในคนเหล่านั้น เฟิงเยี่ยซีไปประลองยุทธ์กับนางเช่นนั้นได้ตายแน่”
“ช่างกวนเซียงออกมาขัดขวางเช่นนี้! บ้าจริง!” เมื่อซือคงชเวที่มานะฝึกบำเพ็ญมาโดยตลอดได้ข่าวเรื่องนี้เข้าก็แทบที่จะกระอักเลือดออกมา
เดิมทีเขาเตรียมที่จะบรรลุระดับมหาจักรพรรดิเพื่อที่จะไปให้ถึงมาตรฐานของมู่เฉียนซี แต่กลับนึกไม่ถึงเลยว่าจะมีผู้เข้ามาสร้างความวุ่นวายให้แก่สถานการณ์
“ข้าต้องรีบไปที่ลานประลองเพื่อหยุดสตรีทั้งสองนางนั้น” ซือคงชเวกล่าว
ในตอนนี้หญิงสาวทั้งสองได้ยืนอยู่บนเวทีประลองยุทธ์ของหุบเขาหมอเทวดาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
มุมหนึ่งเป็นหญิงสาวที่งดงาม อีกมุมหนึ่งกลับเป็นหญิงสาวที่ดูธรรมดา
พวกศิษย์ที่มาร่วมชมล้วนแต่คิดว่าถ้าหากพวกเขาเป็นนายน้อยละก็ สิ่งที่เขาเลือกจะต้องเป็นช่างกวนเซียงอย่างแน่นอน มิใช่เลือกเฟิงเยี่ยซี
ช่างกวนเซียงกล่าว “เริ่มลงมือสู้ได้หรือยัง? ข้าคันไม้คันมือมานานแล้ว เจ้าว่าข้าจะสามารถชนะเจ้าได้ในกระบวนท่าเดียวหรือสามกระบวนท่ากันนะ?”
มู่เฉียนซีส่ายหน้าแล้วกล่าว “ขอโทษด้วย ล้วนแต่ไม่ใช่ทั้งสิ้น ดูเหมือนว่าคงจะทำให้เจ้าผิดหวังเสียแล้ว”
“เช่นนั้น รอถูกข้าเอาชนะในกระบวนท่าเดียวก็แล้วกัน!”
ขณะที่ช่างกวนเซียงคิดที่จะลงมือ