ซือคงชัวกล่าว “ใครว่าข้าไม่เหมาะ ไม่มีคุณสมบัติ ก็แค่สัตว์อสูรมรกตตัวหนึ่งเท่านั้น ท่านพ่อของข้าก็หลอมยาป้องกันพิษให้ข้า ข้ายังต้องกลัวด้วยเหรอ”
ชั่วครู่หนึ่งท่านผู้ดูแลเหล่านั้นก็รู้สึกโกรธขึ้น
“นายน้อย พวกเจ้าอย่าก่อเรื่องเลย นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ”
“ไสหัวไป! เจ้ามีสิทธิ์อะไรมายุ่งเรื่องของข้า!” เก๋อเหลียงเตะเขาทันที
จวินโม่ซีดูเรื่องสนุก ๆ อย่างไม่ใส่ใจ ส่วนมู่เฉียนซีก็เหลือบมองไปที่เก๋อซือที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ แสงสลัววาบผ่านดวงตาของเขา
สองพี่น้องคู่นี้จงใจยั่วให้ซือคงชัวโกรธ เกรงว่าจะมีการเคลื่อนไหวอันใดเป็นแน่
ไม่กลัวพวกเขาจะเคลื่อนไหว แต่กลัวพวกเขาไม่เคลื่อนไหวมากกว่า โอกาสมาแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “ก็แค่พิษ คนของหุบเขาหมอเทวดานะเหรอจะกลัวพิษ”
“ศิษย์น้องจะไปที่ไหน ข้าก็จะไปที่นั่น” จวินโม่ก็เดินออกมาและกล่าวคำนี้
เก๋อเหลียงกล่าว “แล้วยังจะรออะไรอยู่อีกล่ะ หากไขกระดูกราชาหยกมรกตถูกผู้อาวุโสคว้าไปได้เสียก่อน แล้วพวกเราจะมีความดีความชอบอะไร!”
เก๋อซือกล่าว “ไปเถอะ! ซือคงชัว หญิงสาวผู้นี้ยังมีความกล้าถึงเพียงนี้เลย หากเจ้าไม่มีแล้วล่ะก็ เจ้าก็ไม่ใช่ผู้ชายแล้วล่ะ”
ซือคงชัวพรวดเข้าไปทันที “เช่นนั้นเจ้าก็แหกตาดูให้ดีก็แล้วกัน!”
“นายน้อย!” ผู้ดูแลเหล่านั้นก็กระวนกระวายใจขึ้น รีบตามเข้าไปขวางไว้
มู่เฉียนซีก็ตามไปเช่นกัน จวินโม่ซีเดินมากระซิบข้างหูมู่เฉียนซีว่า “สาวน้อย มีเรื่องสนุก ๆ ให