“ท่านผู้นำตระกูลจิน!” แน่นอนว่ามู่เฉียนซีกับจวินโม่ได้ไปพบผู้นำตระกูลจินแล้ว
ผู้นำตระกูลจินกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “แม้ว่าหุบเขาหมอเทวดาจะเป็นสำนักปรุงยาที่เป็นอันดับหนึ่งในแดนใต้ แต่ทว่ากำลังอำนาจของพวกมันได้ถูกหอหมอปีศาจกดทับเอาไว้ หอหมอปีศาจนับวันยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ส่วนหุบเขาหมอเทวดาก็เลือกที่จะทำตัวเป็นคนเก็บคมในฝัก นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกหุบเขาหมอเทวดาไม่กล้าที่จะเป็นปฏิปักษ์กับพวกเขา”
มู่เฉียนซีตะลึงงัน “ข้าไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดท่านผู้นำตระกูลจินถึงได้กล่าวเรื่องนี้ขึ้นมา”
ผู้ำตระกูลจินกล่าว “หุบเขาหมอเทวดาทำเรื่องต่างๆด้วยความหยิ่งยโสและบ้าอำนาจ พวกมันดูเหมือนจะเป็นกลุ่มคนที่ซื่อสัตย์และทรงคุณธรรม แต่แท้ที่จริงแล้วกลับเป็นพวกที่มีจิตใจโหดเหี้ยม ที่ใต้ร่มเงาของพวกมันเองก็มีศัตรูอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย หากมีผู้ที่ต้องการจะเป็นปฏิปักษ์กับพวกเขานั้นก็เป็นเรื่องปกติ ซ่านเอ๋อร์นั้นยากนักที่จะหามิตรสหายที่แท้จริงได้ ถ้าหากพวกเจ้ามีอะไรให้ช่วยเหลือ ขอแค่เพียงข้ายังเป็นผู้นำตระกูลจินอยู่ ก็จะสามารถช่วยเหลือได้”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “ท่านลุงจินมองออกเสียแล้ว”
ผู้นําตระกูลจินตกตะลึงเล็กน้อย เมื่อมู่เฉียนซีได้เปลี่ยนคำเรียกขานอย่างกะทันหัน ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
“ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ของพวกเจ้าจะดูธรรมดา แต่ทว่าการกระทำในเรื่องต่างๆนั้น ข้าจะดูไม่ออกเลยหรือ?”
“ถ้าหากว่ามีอะไรที่ต