ห่งนี้ เช่นนั้นก็สามารถที่ทำสำเร็จได้”
คนอื่นๆที่เหลือนั้นก็ร้อนใจดังไฟเผา “ทำเช่นไรดี? ยอมแพ้?”
“ไม่ยอมแพ้แล้วจะทำเช่นไรได้? นี่มันไม่มีทางที่จะทำได้สำเร็จเลย”
มู่เฉียนซีกล่าว “ตระกูลจินเลือกพวกเจ้ามาเข้าร่วมการคัดเลือกศิษย์ใหม่ของหุบเขาหมอเทวดาก็เพื่อที่จะให้พวกเจ้าตกรอบไปตั้งแต่รอบแรกหรือ?”
“แต่พวกเรา…..”
“ไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ามันเป็นไปไม่ได้ ระยะเวลาสามวันนี้พวกเจ้าคิดที่จะหลบอยู่แต่ในมุมแล้วไม่ทำอะไรเลยหรืออย่างไร?”
“ใช่แล้ว ในเมื่อได้มาเข้าร่วมแล้ว ถึงแม้ว่าจะทำไม่สำเร็จ ถึงแม้ว่าจะสามารถหาสมุนไพรมาได้แค่เพียงชนิดเดียวก็ถือว่าได้ผลเก็บเกี่ยวมาบ้าง!” เจตจำนงแห่งการต่อสู้ของจินเลี่ยฮั่วลุกโชนขึ้นมา
“แยกย้ายกันไปจัดการ เมื่อถึงตอนนั้นพวกเรายังสามารถแลกเปลี่ยนกันได้” มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น
จินเลี่ยฮั่วพึมพำ “ใครจะไปแลกเปลี่ยนกับเจ้าและช่วยให้เจ้าผ่านด่านแรกไปกันเล่า”
ท้ายที่สุดพวกเขาทั้งสิบคนได้แบ่งกันเป็นสองคนต่อหนึ่งกลุ่ม แน่นอนว่ามู่เฉียนซีและจวินโม่ซีนั้นจับกลุ่มด้วยกัน
จวินโม่ซีกล่าวขึ้น “สาวน้อย สมุนไพรวิญญาณในที่แห่งนี้กระจัดกระจายมิได้อยู่รวมกัน พวกเราทำอย่างสุดกำลังในเวลาสามวันก็เกรงว่ายังไม่อาจที่จะหาได้ครบอย่างง่ายดายเช่นนั้น”
มู่เฉียนซีได้หยุดฝีเท้าแล้วกล่าว “จวินโม่ซี เจ้าคิดหรือว่าการคัดเลือกรอบแรกของหุบเขาหมอเทวดานี้จะเป็นแค่เพียงการที่ให้ทุกคนเข้ามาเก็บสมุนไพร