ม่ล้มเหลว รอจนถึงตอนที่สำคัญที่สุดก่อนเถอะ เจ้าจะต้อง….”
ในตอนที่เขากำลังกล่าวไปอยู่นั้น จวินโม่ซีได้นำเอายาเม็ดที่สกัดเสร็จเรียบร้อยแล้วออกมา
เขาเปิดปากกล่าวขึ้น “แต่ว่า ข้าสามารถสกัดออกมาได้สำเร็จแล้ว”
เซียวโหยวเบิกตากว้างแล้วกล่าว “เป็นไปได้อย่างไร?”
“เจ้า….”
จวินโม่ซีมอบยานั้นให้แก่หัวหน้านักปรุงยา เมื่อหัวหน้านักปรุงยาเห็นยาที่จวินโม่ซีสกัดออกมานั้นดวงตาของเขาก็เกิดประกายส่องสว่างขึ้นมา
เขายิ้มแล้วกล่าว “ช่างเป็นคนรุ่นหลังที่น่าจับตามองเสียจริงๆ!”
จวินโม่ซีกล่าว “ยังเหลือเวลาอยู่อีกไม่น้อย ยังมีสมุนไพรวิญญาณอยู่อีกสองชุด เจ้าจงสู้ต่อไปค่อยๆปรุงไป ครั้งต่อไปจะต้องไม่ล้มเหลวอย่างแน่นอน”
ไม่ว่าจะมองอย่างไรเจ้าหมอนี่ก็เหมือนกำลังยินดีในความโชคร้ายของผู้อื่นอยู่ สีหน้าของเซียวโหยวหม่นคล้ำ
จวินโม่ซีไปนั่งลงที่ด้านข้างตัวมู่เฉียนซีแล้วกล่าว “ข้าได้ทำตัวเรียบง่ายเป็นอย่างมากแล้ว แต่จะทำเช่นไรได้? ความสามารถในการปรุงยาของเจ้าหนูนั่นมันไม่ไหวจริงๆ”
“เจ้าที่เป็นถึงยอดปรมาจารย์นักปรุงยาผู้หนึ่งไปรังแกเขาผู้ที่เป็นนักปรุงยาระดับล่างๆที่เพิ่งฝึกหัด เจ้ายังรู้สึกว่ามันน่าภูมิใจนัก?”
“เจ้ามีความสามารถเช่นนี้ อีกประเดี๋ยวก็อย่าไปรังแกผู้อื่นล่ะ!” จวินโม่ซีเลิกคิ้วกล่าว
“ข้าเป็นเพียงแค่นักปรุงยาระดับสูงผู้หนึ่งเท่านั้น จะไปรังแกนักปรุงยาระดับล่างได้อย่างไรเล่า?” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
“ถึ