ต่เมื่ออยู่ในตระกูลจินก็สามารถเดินได้อย่างองอาจ เขาพามู่เฉียนซีและจวินโม่ซีเข้าไปในตระกูลจินและมุ่งตรงเข้าไปในห้องโถงประชุมของตระกูลจินในทันทีพลางกล่าวว่า “ท่านพ่อ ท่านกำลังกังวลว่าจะหาผู้มาเข้าร่วมการคัดเลือกศิษย์ของหุบเขาหมอเทวดาไม่ได้อยู่ใช่หรือไม่? ข้าหาคนมาให้ท่านได้สองคนพอดีเลย! รีบเอาจดหมายแนะนำให้พวกเขาเร็วเข้า!”
จินซ่านซ่านพูดอย่างตรงไปตรงมา เพื่อขอบางอย่างจากท่านพ่อของตน เขาไม่สนว่าจะมีใครอื่นอยู่ตรงนั้นหรือไม่
พวกเขาไม่แปลกใจเลยกับการทำเรื่องไร้เดียงสาของจินซ่านซ่าน แต่เรื่องไร้สาระนี่อาจเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งผู้นำตระกูล เช่นนั้นจึงห้ามทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าอย่างเด็ดขาด!
พวกเขามองไปที่มู่เฉียนซีและจวินโม่ซี หญิงสาวดูอายุยังไม่ถึงยี่สิบปี และชายผู้นั้นก็ดูอายุประมาณยี่สิบต้นๆ ทั้งสองคนดูธรรมดามาก ตั้งแต่หัวจรดเท้าดูไม่มีอะไรโดดเด่น
พวกเขาสงสัยว่านายน้อยคงพาตัวสองคนนี้มาจากตามท้องถนน
จินซ่านซ่านพุ่งเข้าหาท่านพ่อของเขา จินซ่านซ่านกอดแขนและเริ่มออดอ้อนให้ใจอ่อน
“ท่านพ่อ พวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีของข้าจริงๆ ถึงอย่างไรก็มีจดหมายแนะนําตั้งห้าฉบับ ท่านให้พวกเขาสองคนเถอะ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าผู้อาวุโสนั้นก็ร้อนใจ
“นายน้อย นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น!”
“นายน้อย ท่านอย่าก่อเรื่องวุ่นวายนักเลย เรื่องใหญ่เช่นนี้ ท่านอย่าเข้าไปยุ่งเสียดีกว่า”
“นายน้อย…”
“ท่านพ่อ ข้าอยากช่วย