ข้าจะโกรธเป็นอย่างมาก”
“ซีรู้ว่าข้าจะไปแล้ว?” จิ่วเยี่ยเงียบไปครู่หนึ่งจึงได้กล่าวคำพูดนี้ออกมา
“ลองคำนวณเวลาดูก็คาดว่าคงจะใกล้เวลาแล้ว เจ้าเองก็มิได้มาพักร้อนนี่ ข้าควบคุมดูแลหอหมอปีศาจเพียงที่เดียวยังยุ่งวุ่นวายถึงเพียงนี้ นับประสาอะไรกับเจ้า…..”
นางไม่รู้แน่ชัดว่าแท้จริงแล้วคุกโลหิตนั้นใหญ่โตเพียงใด แต่ด้วยพลังความสามารถเช่นจิ่วเยี่ยแล้ว กองกำลังที่เขาควบคุมอยู่จะมีขนาดเล็กกระจ้อยหรือ?
“ตัดใจได้ลงหรือ?”
มู่เฉียนซีหันไปมองหน้าจิ่วเยี่ย นิ้วอันเรียวยาวได้ลูบไล้ไปบนใบหน้าของเขาแล้วกล่าว “ได้เห็นใบหน้านี้ของเจ้าทุกวัน ช่างสุขกายสบายใจยิ่งนัก แน่นอนว่าข้าตัดใจไม่ลง”
“แค่เท่านี้เองหรือ?” จิ่วเยี่ยกล่าวถาม
มู่เฉียนซีกอดเขาเอาไว้แล้วกล่าว “นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยินว่ามีคนบอกจะสู้เพื่อข้า ข้าตื้นตันใจมากจริงๆ แต่ว่า! แต่ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วหากคนผู้นั้นไปสู้แล้วตายไป จงระวังข้าจะหาผู้ที่ทำให้สุขใจใหม่”
“ซี ข้าจะไม่ให้โอกาสนั้นกับเจ้า จะไม่ให้เจ้ามีแรงไปหาสิ่งสุขใจใหม่!”
ปัง! ผลลัพธ์ของการกล่าวคำพูดที่ผิดพลาด นางจึงได้ถูกจิ่วเยี่ยอุ้มกลับไปที่ห้อง
มู่เฉียนซีรู้สึกว่าภายใต้สถานการณ์ที่พลังความสามารถของทั้งสองไม่เท่าเทียมกันนั้น การท้าทายองค์ชายจิ่วเยี่ย การปลุกปั่นองค์ชายจิ่วเยี่ย นั่นเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ
ร่างกายของนางอ่อนยวบเสียจนลุกขึ้นไม่ไหวจนกระทั่งถึงกลางวันของวันต่อมา สุ่ยจิงอ