เขาลูบศีรษะของมู่เฉียนซีและกล่าวว่า “แม้ว่าซีเอ๋อร์จะเป็นผู้นำตระกูลแล้ว แต่อารองก็ยังคงเป็นอารอง ที่ไม่ต้องการให้เจ้าต้องทนทุกข์ทรมานหรือได้รับอันตรายอะไรที่ทำให้เจ้ารู้สึกกดดัน”
“ถ้าอารองเคลื่อนไหวโดยพลการ เช่นนั้นท่านก็ไม่จำเป็นต้องมาพบข้าอีก” ใช้ไม่อ่อนไม่ได้ก็ต้องใช้ไม้แข็ง
หลิงกล่าวว่า “ขอรับ! ทุกอย่างว่าตามคำสั่งของผู้นำตระกูล ข้าน้อยจะรอให้ท่านผู้นำตระกูลมาช่วยข้า”
มู่เฉียนซีแค่นเสียงเย็นชา “นับว่าเจ้าฉลาดมาก กล้ารังแกคนของตระกูลมู่ของพวกเรา ข้าต้องจัดการกับตำหนักเป่ยหานให้ได้อย่างแน่นอน ”
หลิงรู้ว่ามู่เฉียนซีได้ตัดสินใจแล้ว เขาจึงกล่าวอย่างช่วยไม่ได้ว่า “ซีเอ๋อร์ต้องอย่าปล่อยให้ตัวเองเสี่ยง มิเช่นนั้นพี่ใหญ่จะเอาข้าตาย”
“อารอง ท่านฟื้นคืนความทรงจำแล้วหรือ?”
“เพียงแค่ว่าตอนที่เข้าไปในจุดที่เป็นทางตันของป่าเทียนเหลยนั้นก็มีความทรงจำบางอย่างขึ้นมา เพียงแต่ว่ามันเลือนรางนัก” หลิงกล่าวพร้อมขมวดคิ้ว
“มันจะต้องดีขึ้น!”
ตราชีวิตของอวี้จีและคนอื่นๆในตำหนักเป่ยหานล้วนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ มีเพียงหลิงเท่านั้นที่ยังดีอยู่
“การตามหากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์กลับทำให้ต้องสูญเสียคนไปมากมาย ตำหนักตงจี๋ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ” ผู้อาวุโสสูงสุดของตำหนักเป่ยหานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มืดมน
“จะต้องเกิดเรื่องกับหลิงด้วยเช่นกัน แต่ยังไม่ตาย รีบส่งคนไปทางใต้เพื่อพาตัวกลับมาเดี๋ยวนี้”
“ขอรับ!”
ผู้อาวุโสสู