“อย่าคิดว่าข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า เจ้าถึงได้อวดดีเช่นนี้ ข้าจะบอกอะไรให้ นะ เจ้าอย่าได้คิดจะแตะแม้ผมสักเส้นของซีเอ๋อร์” หลิงที่ป่วยอยู่บนเตียงกล่าวข่มขู่อย่างดุเดือด
พูดราวกับแม่สามีที่กีดกันไม่ให้รักกัน มู่เฉียนซียกมุมปากขึ้นเล็กน้อย นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่?
แต่ในที่สุดจิ่วเยี่ยก็โอบมู่เฉียนซีเข้ามากอดไว้และกล่าวว่า “ทั้งตัวซีเป็นของข้า ผมทุกเส้นก็ล้วนเป็นของข้า ข้าจะแตะต้องหรือทำอะไรแล้วเจ้าจะทำไม?”
“เจ้า…” หลิงแทบจะพุ่งเข้าไปหาจิ่วเยี่ย
แคว่ก… ทำให้บาดแผลฉีกขาด
มู่เฉียนซีรีบวิ่งเข้าไปหาและกล่าวว่า “อารอง ท่านอย่าวู่วาม!”
“อยู่ให้ห่างจากเขา!” หลิงกล่าว
ตอนนี้หลิงกำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ จิ่วเยี่ยก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ มู่เฉียนซีเองก็จนปัญญา ทำได้แต่คิดหาวิธีด้วยตัวเอง
“เอ่อ… อารอง…”
“ที่จริงแล้วเป็นข้าที่ชอบความงดงามของจิ่วเยี่ย จากนั้นข้ากับเขายัง…”
มู่เฉียนซีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำลายภาพลักษณ์ของตัวเอง เพื่อให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาไม่เต็มไปด้วยจิตสังหารเช่นนี้
“คนตระกูลมู่ของเราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบใช่ไหม? ดังนั้นอารองอย่าโกรธเลยนะ!”
“โกรธ อารองอย่างข้าจะไม่โกรธได้อย่างไรเล่า เป็นเพราะข้าไม่ได้อยู่ปกป้องซีเอ๋อร์ ทำให้เจ้าถูกเจ้าหมอนี่ทำให้สับสน…”
แม้ว่าจะพูดทำลายภาพลักษณ์ของตนเองไปอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้หลิงไม่โกรธได้
มู่เฉียนซีถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ท่านอารอง ท่านรักษาอาการบาดเจ็