เฉียนซีออกมาจากอ้อมกอดของจิ่วเยี่ย
จิ่วเยี่ยที่อ้อมกอดว่างเปล่าในตอนนี้ก็ไม่พอใจเช่นกัน ทั้งสองคนชักกระบี่และคันธนูออกมา
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านอารอง อาการบาดเจ็บของท่านพึ่งจะหายดี ข้าไม่อยากให้ท่านบาดเจ็บอีก”
หลิงกล่าว “นี่ไม่ใช่ว่าข้าหายดีแล้วหรือไงข้าแค่อยากจะขยับเนื้อขยับตัวบ้าง?”
“ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน
จิ่วเยี่ยเข้าใจดีว่าซีไม่ต้องการให้เขาต่อสู้กับอารองของนาง ดังนั้นเขาจึงหายตัวไปทันที
เมื่ออารองที่น่ารำคาญผู้นี้จากไปแล้ว เขาจึงจะค่อยออกมาพบซีอีกครั้ง
หลิงกล่าวขึ้น “ซีเอ๋อร์ นี่ข้าก็แค่เพียงสงสัยในพลังความสามารถของราชาจิ่วเยี่ยที่มีชื่อเสียงขจรไกลมิได้หรือไงเล่า?”
“อย่าได้สงสัยเลย นี่มิใช่ว่าข้าจะทำร้ายจิตใจท่านอารอง แต่ว่าท่านมิใช่คู่ต่อสู้ของจิ่วเยี่ย”
ส่วนนางเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องฝึกบำเพ็ญไปจนถึงเมื่อไร ถึงจะสามารถตามเจ้าหมอนั่นได้ทัน จากนั้นค่อยไปคิดบัญชีกับเขา
หลิงกล่าวขึ้นอย่างช้ำใจ “ซีเอ๋อร์ เจ้ากลับไม่เชื่อมั่นในตัวอารองถึงเพียงนี้?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ไม่ใช่อย่างนั้น แต่นี่คือเรื่องจริง!”
“บอกอารองมาว่าเจ้าเด็กนั่นบีบบังคับเจ้าใช่ไหม?” หลิงพูดเบาๆ
“ถ้าเขาบังคับเจ้า ต่อให้เขาเป็นราชาจิ่วเยี่ย ข้าก็จะไม่ปล่อยเขาไปแน่”
มู่เฉียนซีส่ายหัว “ไม่ใช่ ท่านอารองท่านวางใจเถอะ! จิ่วเยี่ยเป็นคนดี”
เมื่อเห็นการแสดงออกของมู่เฉียนซี หลิงก็ยิ่งรู้สึกไม่