เมื่อวี้จีได้เห็นใบหน้านั้นที่คุ้นเคย นางก็แทบจะไม่เชื่อสายตาตนเอง
นางตะโกนออกมา “มู่เฉียนซี เจ้ายังมีชีวิตอยู่! เป็นไปได้อย่างไร? นี่ต้องเป็นเรื่องโกหกแน่ๆ”
ตกลงไปในรอยแยกของมิติ ลมพายุในมิติที่น่ากลัวนั้น ถึงแม้ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดของมหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่เก้า ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถมีชีวิตรอดมาได้
เฟิงอวิ๋นซิวเองก็ตะลึงงันไปเช่นกัน เขามองไปทางเงาร่างสีม่วงนั้น ดวงตาสีเหลืองอำพันของเขาได้ฉายแสงออกมาแวบหนึ่ง
นางยังมีชีวิตอยู่ ดียิ่งนัก
ซวนอีถอนหายใจแล้วกล่าวออกมา “สาวน้อยผู้นี้ช่างดวงแข็งเสียจริง!”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “แน่นอนว่าข้ายังมีชีวิตอยู่ มิเช่นนั้นจะมาหาเจ้าเพื่อแก้แค้นได้อย่างไร!”
อวี้จียิ้มเยาะแล้วกล่าว “มู่เฉียนซี ถึงแม้ว่าข้าจะได้รับบาดเจ็บหนัก แต่เจ้าที่เป็นเพียงระดับจักรพรรดิแห่งภูตคิดที่จะต่อกรกับข้า นั่นมันเป็นแค่ฝันไปจริงๆ”
“ข้ามิได้จะยืนหยัดสู้ตัวคนเดียวอย่างแน่นอน หรือเจ้าคิดว่าข้าจะรุมโจมตีไม่เป็น?” มุมปากของมู่เฉียนซียกขึ้นเล็กน้อย
“เสี่ยวหง อู๋ตี้! ไปเล่นเป็นเพื่อนนางให้สนุก!”
ครืน!
หมูสีแดงตัวเล็กตัวหนึ่งและแมวสีขาวขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง
ที่เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับที่สามกับระดับที่สี่ สีหน้าของอวี้จีที่กำลังได้รับบาดเจ็บหนักอยู่ได้เปลี่ยนเป็นมืดครึ้มขึ้นมา
คำพูดติดปากที่อู๋ตี้กล่าวเป็นประจำได้ถูกตะโกนออกมา “อู๋ตี้ผู้ไร้เทียมทานหนึ่งเดียวในใต้หล้า! เ