ผลนั้นเบา ๆ ก่อนจะกล่าวว่า “หากซีไม่ชอบ ข้าจะทำให้มันกลายเป็นเศษเหล็กไปซะตอนนี้เลย”
จิ่วเยี่ยนั้นมีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์มากกว่ามู่เฉียนซีเสียอีก มิเช่นนั้นในตอนแรกที่เจอกันเขาก็คงจะไม่มอบแหวนมังกรเทพวารีให้กับนาง และเมื่อได้มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์อันดับหนึ่งอย่างผู้พิทักษ์นิรันดร์มา เขาก็ไม่ได้คิดจะครอบครองเอาไว้เองเลย
กลิ่นอายสังหารของจิ่วเยี่ยทำให้ตัวกระบี่รู้สึกคับขันเป็นอย่างยิ่ง มู่เฉียนซีรู้สึกราวกับว่าตัวกระบี่ใช้พันธสัญญาของพวกเขาขอร้องให้นางช่วย
มู่เฉียนซีกล่าว “ไหน ๆ ก็ทำพันธสัญญาแล้ว จะทิ้งไปก็ไม่ได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ข้ายากที่จะควบคุมกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณได้ แต่ข้าจะทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น และจะต้องควบคุมมันให้ได้”
“แต่ข้าจะไม่ใช้มันทำลายใต้หล้านี้เป็นอันขาด ข้าจะใช้มันเพื่อปกป้องตัวเอง และปกป้องคนที่ข้าจะปกป้องเท่านั้น ส่วนมันก็อย่าได้คิดที่จะส่งผลกระทบอันใดเลยแม้แต่น้อย”
จิ่วเยี่ยดึงมู่เฉียนซีเข้ามาในอ้อมกอด “อืม! ข้าเชื่อว่าซีทำได้!”
อาถิงกำหมัดขึ้นอีกครั้งคิดจะพุ่งตัวออกไปต่อยสักหมัด มู่เฉียนซีเก็บคมกระบี่กับตัวกระบี่ไว้ จากนั้นก็จะหานักหลอมอาวุธเพื่อเชื่อมมันทั้งสองเข้าด้วยกัน
แล้วก็อารอง……
อวี้จีหนีไปได้ อารองต้องเกิดเรื่องขึ้นเป็นแน่!
“จิ่วเยี่ย พวกเราต้องออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด สุ่ยจิงอิ๋ง ส่งข้าไป……”
นิ้วอันเรียวยาวของจิ่วเยี่ยทาบบนริมฝ