ที่เจ็ดได้ สถานการณ์ของเจ้าในตอนนี้คงไม่สิ้นเปลืองพลังมากเกินไปใช่ไหม!”
“ข้าสามารถสืบหาเส้นทางจากเศษเสี้ยววิญญาณของจอมภูตธาตุมิตินั่นได้
มันจัดการได้ง่ายมาก ซีเอ๋อร์ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับข้าเลย”
อาถิงกล่าวอย่างไม่พอใจว่า “ไม่เห็นหรือว่าพี่สาวเป็นใคร? การก้าวข้ามมิติเช่นนี้ จะต้องใช้พลังสักเท่าไหร่กันเชียว”
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกเล็กน้อย หากนางจําไม่ผิดละก็ เศษวิญญาณที่หลงเหลือนั่นเหมือนจะบอกนางว่าการใช้หนึ่งครั้งจะต้องหลับใหลไปเป็นเวลาหนึ่งปี
แต่เมื่อถึงมือสุ่ยจิงอิ๋ง มันดูเหมือนง่ายเสียยิ่งกว่าการดื่มน้ำอีก
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวว่า “มากับข้าเถอะ!”
แสงสีฟ้าเปิดทางผ่านความว่างเปล่าที่แตกสลายนี้
มู่เฉียนซีเดินทางไม่นานก็ได้เข้าสู่สนามรบโบราณแล้ว
นี่เป็นสนามรบโบราณแห่งสุดท้ายของทวีปเหลยโจว หากตัวกระบี่มังกรเพลิงไม่ได้อยู่ที่นี่ เช่นนั้นก็คงต้องคิดหาวิธีอื่นในการสืบหาข่าวเกี่ยวกับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์
เมื่อมู่เฉียนซีตกลงสู่พื้น นางก็รู้สึกได้ว่ากระบี่มังกรเพลิงในมิตินั้นตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และมันตื่นเต้นกว่าครั้งก่อนมาก
มู่เฉียนซีหยิบกระบี่มังกรเพลิงออกมา มองไปที่เขาและกล่าวว่า “ครั้งนี้เจ้าคงจําไม่ผิดใช่ไหม!”
ปลายกระบี่สั่นระรัว ราวกับกำลังบอกมู่เฉียนซีว่าครั้งนี้ไม่ผิดแน่!
“เช่นนั้นเจ้านําทางไป!” มู่เฉียนซีปล่อยมือแล้วกระบี่มังกรเพลิงก็ได้พุ่งออกไปข้างหน้าอย่างร้อนรน
มู่เฉียนซีกล่