และตัวกระบี่ก็ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้ามู่เฉียนซีอย่างรวดเร็ว
มู่เฉียนซีมองกระบี่ยาวที่ไม่มีปลายกระบี่เล่มนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ มันเป็นสนิมราวกับเศษเหล็กก็มิปาน
หากนางเอาไปบอกกับทุกคนว่ามันเป็นกระบี่วิญญาณมังกรเพลิงพิฆาตหรือกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ คนอื่นๆคงจะคิดว่านางเป็นคนบ้าอย่างแน่นอน
แต่กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เล่มนี้ต้องเป็นของแท้อย่างแน่นอน ส่วนเฟิงอวิ๋นซิวที่ได้รับกระบี่ที่ดูน่าเกรงขามและเต็มไปด้วยธาตุไฟเล่มนั้นกลับเป็นของปลอม
มู่เฉียนซีนึกถึงตอนที่นางได้พบกับปลายกระบี่ จิตวิญญาณของนางเกือบจะถูกกระบี่มังกรเพลิงกลืนกินไป
ตัวกระบี่แข็งแกร่งกว่าปลายกระบี่ เช่นนั้นต่อไปนางจะต้องเผชิญหน้ากับ…
มู่เฉียนซีขมวดคิ้ว แต่อาถิงกลับหัวเราะอย่างคนที่ไม่คิดอะไรมาก นางผู้หญิงบ้าก็ประหม่าเป็นกับเขาด้วย
ต้องอดทนไว้ให้ได้!
ทันใดนั้นดวงตาสีดำของมู่เฉียนซีก็เปลี่ยนเป็นแสงสีเลือด!
เมื่อนางเห็นตัวเอง ยืนอยู่หน้ากระดูกนับหมื่น ที่เท้ามีเลือดไหลนองเป็นสายน้ำ!
มีศัตรูนับไม่ถ้วนแห่กันมา นางกวักแกว่งกระบี่ และมีแต่การฆ่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ไม่ใช่ว่านางไม่เคยฆ่าใครมาก่อน แต่นางเป็นนักปรุงยา ไม่ใช่คนเชือดสัตว์ที่ต้องสังหารอย่างไร้ที่สิ้นสุดและนอกจากสีแดงเลือดที่อยู่ตรงหน้านี้แล้วก็ไม่มีอะไรอื่น ทำให้นางในตอนนี้ก็จะทนรับมันไม่ไหวแล้วเช่นกัน
อาถิงมองนัยน์ตาของมู่เฉียนซีที่แดงขึ้นเรื่อยๆ และสีหน้าของนางก็