นึ่งได้ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของพวกเขา
เขาค่อยๆเปิดประตูออกแล้วเอ่ยปากขึ้นกล่าว “เข้าไปจากที่ตรงนี้ พวกเจ้าก็จะสามารถไปถึงสนามรบโบราณแห่งที่หนึ่งได้”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “ทางที่ดีที่สุดเจ้าอย่าได้มาเล่นลูกไม้อะไร มิเช่นนั้นแล้วเจ้าก็อย่าได้คิดที่จะอยู่ดี!”
“ข้ากล้าที่ไหนกันเล่า เช่นนั้นก็มิใช่ว่าข้ารนหาที่ตายหรือ? ข้านั้นแลกมาด้วยราคาของการนอนหลับใหลพันปีถึงสามารถเปิดประตูบานนี้ให้เจ้าได้” ชายชุดคลุมยาวสีขาวกล่าวด้วยสีหน้าทนทุกข์
“ข้าจะเข้าไปก่อน!” หลิงเอ่ยขึ้น
แน่นอนว่านี่มิใช่เพราะว่าเขาไม่อยากให้เฟิงอวิ๋นซิวเข้าไปเสี่ยงอันตราย หากแต่เป็นเพราะเขาไม่อยากที่จะให้หลานสาวสุดที่รักของตนเองเข้าไปกับเฟิงอวิ๋นซิวแล้วมีอันตราย
ฟึบ ฟึบ ฟึบ! คนของตำหนักเป่ยหานได้พุ่งตามหลิงเข้าไปในประตูแห่งนั้นในแนวหน้าสุด
อารองได้เข้าไปแล้ว แน่นอนว่านางเองก็ตามเข้าไป เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวขึ้น “เฉียนซี…..”
“อวี้จีนั้นคิดที่จะเป็นปฏิปักษ์กับเจ้ามาโดยตลอด ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่ชอบอยู่กับข้า แต่อย่างไรเสียไปด้วยกันจะดีกว่า!”
ภายใต้การยืนกรานของเฟิงอวิ๋นซิว พวกเขาจึงเข้าไปในประตูบานนั้นด้วยกัน หลังจากที่เดินออกไปอีกด้านของประตูแล้ว เขตเมืองที่แปลกประหลาดนั้นก็มิได้ปรากฏแก่สายตาอีกต่อไป ที่เบื้องหน้าพวกเขานั้นเป็นสนามรบโบราณที่รกร้างว่างเปล่าผืนหนึ่ง
หลังจากที่ได้มาถึงที่แห่งนี้ มู่เฉียนซีก็รู้สึกได้ถึง