้นเล็กน้อย การยืมมือผู้อื่นจัดการของอารองนั้นไม่เลวเลย ในที่สุดสตรีที่อันตรายผู้นี้ก็จากไปแล้ว
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “เฉียนซี เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม!”
“ขอบคุณนายน้อยอวิ๋นซิวที่เป็นห่วง ข้าปกป้องตัวเองได้”
ซวนอีถามว่า “นายน้อย ยังจำเป็นต้องไปสำรวจพื้นที่อื่นอีกหรือไม่?”
“ผู้พิทักษ์หลิงไม่เคยโกหก ในเมื่อเขาบอกว่าไม่มี เช่นนั้นก็ไม่น่าจะมี และพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาอีกต่อไป ออกไปกันเถอะ…”
เขารู้สึกว่า คำพูดสุดท้ายของหลิง ไม่จำเป็นต้องพูด!
แต่เขากลับพูดราวกับว่าจงใจที่จะเตือนพวกเขา
มันแปลกมาก หลิงผู้เป็นดาบเล่มที่แข็งแกร่งที่สุดในตำหนักเป่ยหานมาตลอด เขาที่ไม่อาจทรยศต่อตำหนักเป่ยหานได้ แต่เขาเตือนพวกเราเช่นนี้มันเป็นเพราะอะไรกันแน่?
เฟิงอวิ๋นซิวคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่า ที่หลิงกล่าวออกมาเช่นนี้เพราะไม่ต้องการให้หลานสาวของเขาเสียเวลาที่นี่
คนของตําหนักเป่ยหานจากไปแล้ว เฟิงอวิ๋นซิวก็พาคนออกไปเช่นกัน
หัวหน้าสำนักหลัวเทียนส่งแขกทั้งหลายนี้ออกจากสำนักอย่างระมัดระวัง ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ต่อไป เป้าหมายของพวกเขาคือการควบคุมหอโม่ปิงในสนามรบโบราณที่สอง และหอโม่ปิงยังเป็นกองกําลังสำนักนิกายระดับสองอันดับหนึ่งแห่งทวีปเหลยโจว
พวกเขายังไม่ทันจะมาถึงหอโม่ปิง หอโม่ปิงก็ส่งคนมารอต้อนรับพวกเขาก่อนแล้ว และเชิญพวกเขาไปที่หอโม่ปิงอย่างนอบน้อม
ไม่มีใครที่อยากจะเดินซ้ำรอยกองกำลังผู้นำเจ็ดอสูรกับ