็นใดต้องวางแผนปลิ้นปล้อนอีก”
“คืนนี้ไม่ต้องพักที่ห้องนี้แล้ว อยู่ใกล้ ๆ ข้าหน่อย หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นข้าจะได้ช่วยได้ทัน”
ถึงแม้ว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เฟิงอวิ๋นซิวไม่เพียงแต่ไม่สงสัย แต่ยิ่งเป็นห่วงนางอีกด้วย
หากไม่ใช่เพราะหาตัวกระบี่ของกระบี่มังกรเพลิงที่สนามรบโบราณในเหลยโจว พวกเขาก็คงจะแยกทางใครทางมันไปแล้ว นางอยากจะฉีกสมองของเจ้าหมอนี่ออกมาดูจริง ๆ ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่
ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนห้องแล้ว แต่จู่ ๆ ซวนอีก็มาหานางอีกครั้ง
“นายน้อยเชื่อใจเจ้า แต่ข้าไม่เชื่อเจ้าเด็ดขาด”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “องครักษ์ซวนอี เจ้าว่านายน้อยของเจ้ามีหญิงสาวผู้เป็นที่รักหรือไม่!”
ซวนอีกล่าว “เป็นไปไม่ได้ ข้าติดตามนายน้อยมาตลอด ไม่เคยมีสตรีใดเข้าใกล้นายน้อยถึงสามเมตรมาก่อนเลย ต่อให้เป็นสตรีผู้สูงศักดิ์ก็ไม่ได้”
มู่เฉียนซีพึมพำ “แอบรักจริง ๆ ด้วย แม้แต่เจ้าก็ไม่รู้!”
ซวนอีคิดว่าไม่น่าจะมีคนเช่นนี้อยู่ เขายังแอบสงสัยอยู่บ้างเล็กน้อยว่านายน้อยชอบสาวน้อยผู้นี้อยู่หรือไม่ แต่ไม่กล้าเอ่ยปากออกมาก็เลยเป็นเช่นนี้
ความคิดของนายน้อย ยากที่จะคาดเดาได้!
ซวนอีกล่าวเตือนว่า “ไม่ว่านายน้อยจะเห็นเจ้าพิเศษเพียงใด แต่หากเจ้ากล้าทำร้ายนายน้อยแล้วล่ะก็ ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่”
มู่เฉียนซีกล่าว “เว้นเสียจากการแย่งชิงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ข้าก็ไม่คิดจะเป็นศัตรูกับเฟิงอวิ๋นซิวอยู่แล้ว เจ้าวางใจเถอะ