เฟิงอวิ๋นซิวถามว่า “เจ้าจะทําอะไร?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าต้องการกระบี่นิรันดร์”
“สาวน้อย เจ้าไม่ได้ต้องการกระบี่นิรันดร์แต่เป็นการตายเปล่า แม้ว่าเจ้าจะได้กระบี่นิรันดร์มา แต่สิ่งที่กำลังจะเผชิญก็คือการล้อมโจมตีของสองกองกำลังใหญ่ จะกี่ชีวิตของเจ้าก็ล้วนไม่เพียงพอ” ซวนอีรู้สึกว่าสาวน้อยผู้นี้บ้าไปแล้ว
มู่เฉียนซีกลอกตาและกล่าวว่า “รบกวนผู้อื่นคุยกัน ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย องครักษ์ซวนอี”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าเป็นนักปรุงยา แต่ข้ากลับเป็นผู้บำเพ็ญภูตธาตุน้ำ ข้ารู้มาว่ามีวิธีหนึ่งที่จะทำให้ข้าได้รับธาตุไฟ นั่นคือกระบี่นิรันดร์ที่มีธาตุไฟ”
“ข้าอยากจะไปค้นหาในสนามรบโบราณกับพวกเจ้า หากพวกเจ้าพบมันแล้ว กระบี่นิรันดร์จะเป็นของพวกเจ้าอย่างแน่นอน แต่ถ้าข้าพบมัน เช่นนั้นกระบี่นิรันดร์ก็เป็นของข้า และถ้าพวกเจ้าต้องการล่ะก็ พวกเจ้าสามารถลงมือแย่งชิงได้”
“ข้าเพียงต้องการร่วมมือกับพวกเจ้าเพื่อเข้าสู่สนามรบโบราณ เพราะด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของข้า ข้าไม่มีทางหาสนามรบโบราณทั้งสามแห่งที่ยังไม่ถูกค้นพบเจอได้ ต้องบีบบังคับอีกสองกองกำลังใหญ่เพื่อเปิดสนามรบโบราณ”
ซวนอี กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าก็รู้ว่าความแข็งแกร่งไม่พอ? เจ้าเองก็รู้…”
“เหลวไหล!” เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าไม่เห็นด้วย!”
“ข้าไม่มีทางตอบตกลง!” เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “ช่างใจแคบเสียจริง แต่ข้าได้วางผงยาสะ