ดวงตาสีเหลืองอำพันที่สวยงามอย่างหาสิ่งใดเปรียบมิได้คู่นั้นมองไปยังหญิงสาวที่สลบไสลอยู่กลางซากปรักหักพัง
สายตาของเขานั้นกำลังพรรณนาภาพของหญิงสาวผู้นั้น และใบหน้าของนาง
“แค่ก แค่ก แค่ก!” เขาไอขึ้นมาอย่างรุนแรง และที่มุมปากของเขานั้นก็ได้มีเลือดสีแดงสดไหลออกมา
เสียงของเขากลายเป็นเสียงที่แหบพร่าอย่างที่สุด แล้วได้กล่าวขึ้นอย่างมิยอมให้ผู้ใดกล่าวขึ้นมาแทรก “ช่วยนาง!”
“อย่าให้นางตาย!”
“นายน้อย!”
จากนั้นมู่เฉียนซีก็ได้หมดสติไป เขาเองก็หมดสติล้มลงไปเช่นกัน
ซวนอีมองสาวน้อยผู้นั้นที่หมดสติล้มลงไป ใบหน้าของเขานั้นได้แสดงออกมาถึงความสับสนเป็นอย่างมาก
นายน้อยของพวกเขามิใช่ผู้มีเมตตาแห่งพระพุทธศาสนาของแคว้นจักรวรรดิฟ้านอิน ที่จะไปเกิดความสงสารแก่คนทั้งใต้หล้า และเมื่อพบเจอความเป็นความตายจะต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ
ถึงแม้ว่าชีวิตของผู้คนทั้งเมืองจะหายวับไปในพริบตา นายน้อยนั้นก็จะไม่ขมวดคิ้วเลยแม้แต่นิดเดียว ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงสาวน้อยผู้หนึ่งที่มิได้เกี่ยวข้องอันใดกับเขาเลย
ซวนอีมองมู่เฉียนซีอย่างพิจารณา หรือว่านายน้อยชอบในรูปลักษณ์ของสาวน้อยผู้นี้เข้าแล้ว?
ต้องบอกเลยว่าแม้แต่เขาที่ได้พบเจอพบเห็นสาวงามามิน้อย ก็ยังรู้สึกว่าใบหน้าของหญิงสาวผู้นี้ช่างไร้ที่ติ
หรือว่า นายน้อยที่ไม่เคยหวั่นไหวมาโดยตลอดได้เกิดความหวั่นไหวขึ้นแล้ว?
ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม พวกเขามิอาจที่จะขัดคำสั่งของนายน้อยได้
ซวนอีรู