เขาไม่ได้ลืมว่าคนรุ่นหนุ่มสาวที่อยู่ตรงหน้านี้คือสาวน้อยผู้หนึ่ง
และเขาก็ไม่ได้ลืมว่าชื่อของนางคือมู่เฉียนซี และดูเหมือนว่านางจะอายุเพียงสิบหกปีเท่านั้น
เพราะทั้งสองอย่างนี้รวมกันก็ยังไม่ได้แน่ชัดมากนัก ดังนั้นตอนนี้จึงยังไม่มีใครมีปฏิกิริยาอะไร อันดับหนึ่งในการคัดเลือกของหอโอสถและอันดับหนึ่งของการแข่งขันใหญ่ร้อยสํานักเป็นบุคคลคนเดียวกัน
เมื่อคิดดูดีๆ อายุที่พอๆกัน ความวิปริตที่เหมือนกันจะต้องสัมพันธ์กันอย่างแน่นอน
เพียงแต่พวกเขานึกไม่ถึงว่าคนๆหนึ่งจะวิปริตได้ถึงขั้นนี้
แต่เมื่อผู้อาวุโสโม่เห็นท่าทางของมู่เฉียนซีก็พอจะเดาเรื่องนี้ได้แปดถึงเก้าส่วนเลยทีเดียว
ผู้อาวุโสโม่รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก “บ้าเอ๊ย! ถ้าข้ารู้เร็วกว่านี้ข้าก็คงไปที่หุบเขาโอสถแล้ว ข้าพลาดการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมไปโดยเปล่าประโยชน์”
ไป๋อวี้ฉิงเบ้ปากและกล่าวว่า “ใครใช้ให้ตอนนั้นท่านขี้เกียจกันเล่า? สมควรแล้ว!”
เจ้าสาวน้อยผู้นี้ไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่เอาเสียเลย ผู้อาวุโสโม่เตรียมปล่อยข่าวออกไปข่มขู่พวกเขา
“สาวน้อยฉิง เจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ที่ได้อันดับหนึ่งของการแข่งขันใหญ่ร้อยสํานักในครั้งนี้มีชื่อว่าอะไร?”
ไป๋อวี้ฉิงกล่าว “เรื่องการแข่งขันใหญ่ร้อยสํานักมันเป็นเรื่องของสำนักหลัก น่าเสียดายที่ครั้งนี้รุ่นพี่เหลยหมิงไม่ได้ที่หนึ่งและเกือบจะพิการไป ข้าได้ยินมาว่าอันดับหนึ่งเป็นเด็กผู้หญิง…”
ผู้อาวุโสโม่ตอบ “อืม! อันดับที่หน