ไม่มีทักษะวิญญาณที่งดงาม มู่เฉียนซีแค่แทงเข้าไปโดยตรง
แม้แต่ว่านอู่เทียนเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่ามู่เฉียนซีจะใช้กระบวนท่านี้ เขารีบหลบอย่างรวดเร็ว บนแขนปรากฏรอยกรีดเล็ก ๆ ขึ้น
เป็นเพียงแค่รอยแผลที่เล็กกว่ายุงกัดเสียอีก ไม่ได้ระแคะระคายแต่อย่างใด
ส่วนมู่เฉียนซี เมื่อทำสำเร็จแล้ว นางก็ได้รับการโจมตีกลับจากว่านอู๋เทียนอีกครั้ง
ตูม!
กระบวนท่านี้แข็งแกร่งกว่าเดิมมาก
ร่างของมู่เฉียนซีกระเด็นลอยไปติดขอบลานประลองจนเกือบจะร่วงลงไปจากลานประลอง
และที่มู่เฉียนซีไม่ได้ร่วงลงไปจากลานประลองก็เป็นเพราะว่าว่านอู๋เทียนขัดขวางเอาไว้
“ว่านอู๋เทียนช่วยมู่เฉียนซีเอาไว้!”
“เจ้าหมอนี่เป็นคนจิตใจอำมหิตลงมืออย่างโหดเหี้ยมมาโดยตลอด ตอนนี้ลงมือช่วยแม่นางน้อยผู้นี้เอาไว้ ต้องมีเจตนาร้ายเป็นแน่”
“……”
ว่านอู๋เทียนนั้นมีเจตนาร้าย ในเมื่อเขาฆ่ามู่เฉียนซีไม่ได้ เขาก็ต้องทำให้นางเป็นคนไร้ประโยชน์ หากปล่อยให้นางร่วงลงไปจากลานประลองเช่นนี้ นั่นคงเป็นปัญหาแน่
ตอนนี้มู่เฉียนซียกกระบี่มังกรเพลิงขึ้น คมกระบี่ก็สั่นขึ้นเล็กน้อย
ถึงแม้ไม่มีวิญญาณกระบี่อยู่ แต่มู่เฉียนซีก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกของกระบี่มังกรเพลิง และคล้ายกับรับรู้ได้ถึงปฏิกิริยาตอบสนองบางอย่าง
นางได้ค่อย ๆ สูดดมกลิ่นอายของเลือดที่อยู่บนคมกระบี่นั้น แววตาก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้น
ทุกคนต่างก็งุนงง “มู่เฉียนซีกำลังทำอะไร ?”
“มัวแต่จ้องมองกระบี่ที่เปื้อนเลือดนั้นอยู่ได้