จนิ่งอึ้งไปเช่นกัน เขารู้ว่ากระบี่ของมู่เฉียนซีนั้นไม่ธรรมดา สามารถใช้กระบวนท่ากระบี่อันทรงพลังได้
แต่กลับคิดไม่ถึงว่ากระบี่เล่มนี้ใช้ได้ไม่ยั่งยืน นึกไม่ถึงว่าจะหักลงในขณะที่ต่อสู้อยู่เช่นนี้
เขากล่าวด้วยความกลัดกลุ้มใจว่า “ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ ก็คงจะมอบกระบี่ให้สาวน้อยไปสักเล่มแล้ว”
ต่อให้เป็นกระบี่หัก แต่นั่นก็สามารถทำให้คู่ต่อสู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนจะหักไป
ดูเหมือนว่ากระบี่มังกรเพลิงใช้ไปเช่นนี้ก็หักลง ทุกคนต่างก็คิดว่าเป็นเพราะคุณภาพของมันจึงได้หักลง ไม่มีผู้ใดคาดการณ์เป็นอย่างอื่นเลย
ร่างของว่านอู๋เทียนตอนนี้ถูกเผาจนเสื้อผ้าปรากฏรูหลายรู เขากล่าวเสียงขรึมว่า “มู่เฉียนซี กระบี่ของเจ้าก็หักแล้ว คราวนี้ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะขัดขืนความตายเช่นไร!”
กระบี่มังกรเพลิงกับพลังระดับห้าตอนนี้ของมู่เฉียนซี ทำให้นางต่อสู้ข้ามระดับถึงระดับแปดระดับเก้านั้นไม่มีปัญหา ว่านอู๋เทียนใช้ความเร็วหลบหลีก และกระบี่มังกรเพลิงก็ได้สร้างความลำบากที่แตกต่างกันให้กับว่านอู๋เทียน
ในที่สุดตอนนี้ก็ไม่ต้องเผชิญหน้ากับกระบวนท่ากระบี่พลังธาตุอัคคีนั้นแล้ว ว่านอู๋เทียนคิดว่าการจัดการกับมู่เฉียนซีนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายดาย
ร่างชุดดำเคลื่อนไหวไป ตอนนี้ด้วยความเร็วอันน่าทึ่งของเขาได้เข้าไปใกล้มู่เฉียนซีแล้ว
มู่เฉียนซีเคลื่อนไหวหลบอย่างรวดเร็ว ตูม!
พวกเขาปะทะกันอีกครั้ง ในขณะที่ปะทะกันนั้นร่างของทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก
เพล้ง