งที่เขากลัวก็คือ ว่านอู๋เทียนจะมีสิ่งของที่เพิ่มพลังได้ด้วย ยากมากกว่าที่จะทำให้พลังเพิ่มขึ้นมาใกล้เขาได้ และต้องห่างชั้นกันอีกครั้ง
ทว่า ตอนนี้ว่านอู๋เทียนกลับไม่คิดจะเพิ่มพลังแต่อย่างใด เขากล่าวด้วยความดูถูกเหยียดหยามว่า “ก็แค่เพิ่มมาถึงระดับห้า ข้าจะขยี้เจ้าให้เหมือนกับขยี้หมดปลวกตัวนึงก็ย่อมได้!”
พลังวิญญาณแผ่ซ่านออกมาราวกับน้ำในมหาสมุทร ตอนนี้ว่านอู๋เทียนได้ปะทุความแข็งแกร่งของตนเองออกมาแล้ว
“ห๊ะ! จักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้า!”
“เหตุใดถึงได้แข็งแกร่งเช่นนี้ จักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าแต่อายุยังไม่ถึงสามสิบเนี่ยนะ เป็นไปได้ยังไง!”
“ต่อให้เป็นเหลยหมิงกับเหยียนหลัวก็ยังมาไม่ถึงขั้นนี้เลย สำนักศึกษาที่ต่ำกว่าระดับสองไม่มีทางฝึกฝนอัจฉริยะเช่นนี้ออกมาได้แน่นอน”
“จักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้า มิน่าล่ะว่าเหตุใดเหลยหมิงถึงเอาชนะไม่ได้”
อาจารย์ใหญ่เหลยขมวดคิ้วขึ้น ประหลาดเกินไปแล้ว
แดนใต้มีปรากฏอัจฉริยะเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน พวกเขาไม่ได้ข่าวคราวมาก่อนเลย
ในแดนใต้ เดิมทีไม่มีกองกำลังใดที่สามารถฝึกฝนอัจฉริยะเช่นนี้ออกมาได้ นี่มันระดับเก้าเชียวนะ!
ระยะเวลาในการฝึกฝนระดับแปดถึงระดับเก้านั้นเร็วสุดก็ต้องใช้เวลาสามสี่ปี หากช้าหน่อยก็คงจะใช้เวลาเป็นสิบปี
เมื่อมู่เฉียนซีเทียบกับว่านอู๋เทียนแล้ว ยังห่างชั้นกันถึงสี่ระดับ หากเทียบกับพลังของนางเมื่อครู่ก็ห่างชั้นกันถึงเจ็ดระดับ ไม่มีทางที่จะเอาชนะได้ แต่