นว่าเจ้าจะเตรียมตัวมาอย่างดี คิดจริง ๆ เหรอว่ามีเกราะป้องกันนี้แล้วข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้”
ร่างสีม่วงกับร่างสีดำต่อสู้กันบนลานประลองอย่างดุเดือดขึ้น ความเร็วของมู่เฉียนซีฝืนจนเทียบว่านอู๋เทียนได้ การป้องกันก็พึ่งเกราะป้องกัน พลังการโจมตีห้าวหาญมาก ว่านอู๋เทียนคิดจะเอาชนะนางนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ส่วนการโจมตีของมู่เฉียนซี ก็ไม่ได้ทำให้ว่านอู๋เทียนได้รับบาดเจ็บเลย
หลังจากที่ผ่านไปสิบกว่ากระบวนท่า มู่เฉียนซีก็เอากระบี่มังกรเพลิงออกมา
“ในที่สุดมู่เฉียนซีก็เอากระบี่ออกมาแล้ว”
“สมควรจะใช้ได้แล้วล่ะ หากยังทุ่มไม่สุดกำลังแล้วพ่ายแพ้ไป มันก็คงเป็นอะไรที่น่าเสียดายมาก”
“……”
อาจารย์ใหญ่ซวนกล่าวขึ้นด้วยความเคร่งเครียดว่า “ซวนอี้ สาวน้อยใช้กระบี่ไปทั้งหมดกี่ครั้งแล้ว”
ซวนอี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตอบว่า “หลังจากการประลองหลายครั้งที่ผ่านมา ทั้งหมดก็ใช้ไปแล้วเจ็ดครั้ง”
“เจ็ดครั้ง นั่นก็หมายความว่ายังเหลืออีกห้าครั้ง!”
ห้าครั้ง เขาคิดว่ามันยังไม่พอ ตอนนี้เขารู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้วที่ฝีมือการหลอมอาวุธของเขาได้แค่นี้
และในขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่ามู่เฉียนซีจะใช้กระบี่มังกรเพลิงนั้น ในตอนนี้เองกลิ่นอายอันเย็นยะเยือกก็แผ่ซ่านออกมา
“มังกรวารีพิฆาต!” มู่เฉียนซีพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องใช้ทักษะวิญญาณแต่อย่างใด กระบี่ก็พุ่งแทงไป