นพิการไปโดยสมบูรณ์แบบแล้ว ไอ้ว่านอู๋เทียนนั่น ข้าอยากจะสับมันเสียจริง!”
แม้ว่าเหยียนหลัวและเหลยหมิงจะเป็นอัจฉริยะของสองเขตทวีป และคอยแก่งแย่งแข็งขันกัน แต่ทว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวพวกเขาเองนั้นกลับดีต่อกัน
ต่อไปนี้ก็คงจะไม่มีใครมาแย่งชิงชื่อเสียงอัจฉริยะของเขา และก็คงไม่มีใครฝึกบำเพ็ญเป็นเพื่อนเขาแล้ว เหลียนหลัวเองก็รู้สึกแทบจะบ้า
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้ามิได้ว่างขนาดที่จะมาดูละครโดยเฉพาะ หากแต่ข้ามาเพื่อช่วยเหลยหมิง”
“เหยียนหลัวกล่าว ช่วยเหลยหมิง เจ้าจะใจดีเช่นนั้นเลยรึ?”
“สาวน้อย เจ้ามาแล้ว!”
หลังจากได้ฟังคำตอบที่สิ้นหวังจากนักปรุงยา อาจารย์ใหญ่เหลยที่เดินออกมาจากขอบประตูก็ได้เห็นมู่เฉียนซีเข้าในทันใด
มู่เฉียนซีมองไปที่อาจารย์ใหญ่เหลยแล้วกล่าว “อาจารย์ใหญ่เหลย ขอเวลาพูดคุยกันสักครู่ได้หรือไม่?”
อาจารย์ใหญ่เหลยมองไปที่มู่เฉียนซี หลังจากการแข่งขันในแต่ละรอบ อาจารย์ใหญ่เหลยก็มิได้มองมู่เฉียนซีอย่างคาดหวังอะไรมากนัก
เขาพยักหน้าและกล่าวว่า “ได้!”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ถ้าหากว่าข้าไม่ได้เดาผิดละก็ แม้ว่านักปรุงยาที่อาจารย์ใหญ่เชิญตัวมาจะทำให้เหลยหมิงสามารถลงจากเตียงและเดินได้ อีกทั้งบาดแผลบาดเจ็บภายนอกหายเป็นปกติ แต่ว่าไม่สามารถที่จะให้เขากลับไปฝึกบำเพ็ญได้เพราะเส้นเอ็นนั้นได้แตกขาดไปแล้วใช่หรือไม่?”
“เจ้า…เจ้ารู้ได้อย่างไร?” นี่เป็นสิ่งที่นักปรุงยาเพิ่งวิเคราะห์ออกมา และเขาเองก