้าไม่ได้เป็นผู้ที่ค้นพบวังใต้ดิน ประตูใหญ่นั้นก็ยังเป็นพวกเราที่เปิดมันออก ฉะนั้นแล้วพวกเราจะต้องเอาของพวกนั้นกลับมาบ้าง”
หัวหน้าของกลุ่มสำนักอันดับหนึ่งแห่งทวีปเหยียนโจวนามว่าเหยียนหลัวกล่าวขึ้น “โชคของพวกเจ้านั้นไม่เลว แต่พลังความสามารถของพวกเจ้านั้นอ่อนแอเสียจนไม่อาจต้านทานได้ไหว ทางที่ดีจงทำตัวให้ดีหน่อย”
“พวกเจ้าใช้วิธีการต่ำช้าลอบโจมตีพวกเรา แย่งชิงสมบัติที่พวกเรารวบรวมมา ช่างน่ารังเกียจ!” สำนักศึกษาจำนวนไม่น้อยล้วนแสดงออกกันเช่นนี้
ในตอนนี้ไป๋ชางเดินออกมาแล้วกล่าว “ตอนแรกข้าเชิญพวกเจ้าเข้ามาร่วมด้วยเจตนาดี แต่กลับคิดไม่ถึงว่าพวกเจ้าจะเนรคุณ หลังจากพบสมบัติมีค่าเข้าก็วางยาพิษลอบทำร้ายพวกเรา ทำให้พวกเราสลบไสลอยู่ที่วังใต้ดินนั้นไปตั้งนาน และแทบจะหลับใหลไปเสียจนถึงตอนจบของการแข่งกัน พวกเจ้านี่มันช่างน่าเกลียดนัก”
อย่างไรเสียการที่คนกลุ่มนี้ได้เริ่มการกล่าวคำครหาขึ้นมา แน่นอนว่ามันเป็นการหาข้ออ้างของพวกเขาให้มากเพียงพอ
สีหน้าของมู่เฉียนซีในยามนี้นิ่งสงบเป็นอย่างมาก นางกล่าว “พวกเจ้าเชื่อหรือไม่? ถึงแม้ว่าพวกเราจะตกรอบ แต่ข้าก็จะไม่ให้พวกเจ้าได้อะไรไป พวกเจ้าอยากที่จะแย่งชิงของที่ข้าได้มา ไม่มีทาง”
“แต่ถึงแม้จะตกรอบไป แต่ลากพวกเจ้าสักครึ่งหนึ่งไปเป็นเบาะกันกระแทกก็มิใช่ว่าทำมิได้”
พวกกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยที่ถูกลอบโจมตีไปสีหน้าแกร็งตึงขึ้นมา พวกเขานั้นรู้ดีว่ามู่เฉียนซีมีพลังความสามา