แล้ว”
ขวั่บ ขวั่บ ขวั่บ! ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มลงมือแล้ว
ทางฝ่ายของพวกเขามีคนเยอะกว่า!
จินซ่านซ่านยิ้มพลางกล่าวอย่างลำพองใจ “อวี้จี๋ เจ้าคิดจริง ๆ เหรอว่าเจ้าจะแย่งตัวข้าไปได้ ฝ่ายข้ามีคนเยอะกว่า สองรุมหนึ่งพวกเจ้าคิดดูสิ”
อวี้จี๋กล่าวอย่างดูถูกเหยียดหยามว่า “รับมือกับสวะไร้ประโยชน์อย่างพวกเจ้า อย่าว่าแต่หนึ่งต่อสองเลย ต่อให้เป็นหนึ่งต่อสิบก็เหลือเฟือ!”
ตูม! หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ ก็ได้เริ่มลงมือโดยสมบูรณ์แล้ว
ผลลัพธ์คือ ความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายนั้นห่างชั้นกันมากจนทำให้จินซ่านซ่านนั้นรู้สึกสิ้นหวังเล็กน้อย
ทางฝ่ายของพวกเขาเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ระดับหก ส่วนคนของสำนักศึกษาอวี้หุนอยู่ที่ระดับเจ็ด สองรุมหนึ่งก็ใช่ว่าจะเอาชนะได้
อวี้จี๋กล่าว “จินซ่านซ่าน ผู้ช่วยที่เจ้าหามา ยังอ่อนแอกว่าพวกสวะไร้ประโยชน์เหล่านี้ของสำนักศึกษาจินซินของพวกเจ้าเสียอีก แต่ก็อย่างว่าแหละนะ คนที่มีความแข็งแกร่งอันน้อยนิด ก็ไม่ได้เห็นค่าของสำนักศึกษาจินซินอย่างพวกเจ้าเลย”
จินซ่านซ่านกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ โกรธจนแทบอยากจะกัดคออวี้จี๋แล้วดูดเลือดเขาให้หมดตัว เจ้าหมอนี่เหตุใดถึงได้ปากปีจอเช่นนี้
ซวนอี้กล่าว “จะทำเช่นไรดี ?”
มู่เฉียนซีกล่าว “จัดการหัวหน้ามันก่อน เจ้าไปรับมือกับอวี้จี๋นั่น ส่วนคนอื่นยังพอรั้งมือเอาไว้ได้สักช่วงหนึ่ง”
“ได้!” ซวนอี้ร่นตัวลงมาปรากฏตัวตรงหน้าอวี้จี๋
อวี้จี๋ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อ