ดเขาแล้ว
ในเวลานี้ซวนอี้ที่ขึ้นไปก่อนหน้ามู่เฉียนซี กลับต้องพบกับปัญหา
เมื่อเห็นว่ายังมีเวลาอยู่ เหลิ่งหลินไม่รีบร้อนที่จะปีนขึ้นไปบนยอด แต่มองชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมสีเงินผู้นั้นอย่างมืดครึ้ม
“ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าสามารถขึ้นมาได้เร็วขนาดนี้! แต่ถึงเจ้าจะขึ้นมาแล้ว ก็ไสหัวลงไปซะ!”
ใบหน้าของซวนอี้หม่นคล้ำและกล่าวว่า “ถ้าเจ้าต้องการให้ข้าลงไป ก็ต้องดูว่าพวกเจ้าจะมีความสามารถหรือไม่?”
“หึหึหึ! เจ้าหนู เจ้ามันบ้าไปหน่อยแล้ว! มีความสามารถหรือไม่ ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้!”
ทันใดนั้น งูพิษทั้งหลายบนตัวของเหลิ่งหลินก็พุ่งเข้าหาเขา
มู่เฉียนซีเชี่ยวชาญด้านพิษและไม่ได้กลัวงูพิษเหล่านี้ แต่ซวนอี้นั้นไม่เหมือนกัน
ซวนอี้เผชิญหน้ากับการโจมตีของเหลิ่งหลินอย่างยากลำบากเป็นอย่างมาก
และมู่เฉียนซี ในเวลานี้ก็ได้ถูกคนของสํานักศึกษาเทียนเฉ๋อสามคนขวางกั้นเอาไว้
พวกเขามองไปที่มู่เฉียนซีและกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “แม่นาง เจ้าต้องการที่จะไสหัวลงไปเอง! หรือให้พวกข้าส่งเจ้าลงไป!”
“ข้าชอบเตะพวกเจ้าลงไปมากกว่า” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา พลังธาตุน้ำกวาดผ่านพวกเขาไป
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “มังกรวารีพิฆาต!”
ผู้คนที่อยู่ตีนเขาตะลึงงันและกล่าวว่า “ผู้สมัครได้ลงมือแล้ว”
อาจารย์ใหญ่เหลยกล่าวว่า “การปีนเขาในครั้งนี้ไม่ได้ห้ามไม่ให้ลงมือ การทําให้ฝ่ายตรงข้ามพ่ายแพ้ไปในรอบแรกเพื่อลดจำนวนฝ่ายตรงข้ามในอนาคตก็ถือ