กัน!”
“ศิษย์พี่ซวนอี้กำลังจะแพ้แล้ว!”
“ศิษย์พี่ซวนอี้เองก็มีตอนที่พ่ายแพ้ให้กับสหายผู้อื่นนอกจากมู่เฉียนซีเหมือนกัน”
“……”
ซวนอี้กำลังจะแพ้แล้ว เขาไม่สามารถทนรับได้ไหวแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นด้วยเสียงเย็นชา “ทุกท่าน ถึงเวลาที่จะโจมตีพิฆาตซวนอี้แล้ว ลงมือ!”
“ได้!”
ในที่สุดก็จะได้โจมตีให้ซวนอี้แพ้อย่างราบคาบแล้ว พวกเขานั้นก็ดูเหมือนกับตื่นเต้นขึ้นมา
“หมัดเมฆาคลั่ง!”
“ดาบสายฟ้าฟาด!”
“……”
“……”
ครืน! ไม่นานนักซวนอี้ก็ได้ถูกกระบวนท่าต่าง ๆ ล้อมเอาไว้
ทุกคนต่างรู้สึกว่า ศิษย์พี่ซวนอี้นั้นจบสิ้นอย่างอนาถจริง ๆ
เงาร่างสีม่วงเงาหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ บนใบหน้าที่งดงามอย่างหาที่ใดเทียบได้นั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
นางลอยอยู่กลางอากาศอย่างสง่างามดั่งสายลม และเหมือนล่องลอยไปทั่วเพื่อชื่นชมสิ่งต่าง ๆ เรื่อยเหมือนไม่ใช่สนามประลอง
แน่นอนว่านี่เป็นภาพลวงตาชั่วขณะ!
ในตอนที่มู่เฉียนซีกำลังรวบรวมพลังหัตถ์ทำลายล้างที่น่ากลัวนั้นอยู่ ที่บนพื้นดินก็พลันสั่นไหวขึ้นมา
“ทักษะเทียนซวน!”
ตูม! เสียงกึกก้องเสียงหนึ่งดังขึ้น ทั้งตัวของซวนอี้นั้นได้กระเด็นลอยออกไปไกลนับร้อยเมตร
“พวกเราชนะแล้ว!”
“พวกเราชนะแล้ว!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! สามารถเอาชนะซวนอี้ได้สักครั้งหนึ่งมันช่างงดงามยิ่งนัก!”
“……”
หลังจากการรุมต่อสู้จบลง การประลองเพื่อคัดเลือกก็ได้ปิดฉากลงตามไปด้วย
“เอาละ! ทั้งหมดไปพักผ่อนได้! ช่วงสองสามวันนี้พักผ่อนเสียให้ดี เมื่อถึ