ย่างใดก็ชนะแล้ว พวกข้าแต่ละคนก็ล้วนแต่สู้เขาไม่ได้ เช่นนั้นพวกเรารุมเขาเถอะ!”
“ใช่แล้ว ต้องรุม!”
มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้น “ข้าว่าข้อเสนอนี้ไม่เลวเลย การคัดเลือกครั้งนี้ เจ้านั่นสบายเกินไปแล้ว”
“เหอะเหอะ! สหายมู่เฉียนซีตอบรับแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็มีโอกาสชนะแล้ว”
ตอนนี้ซวนอี้ที่ยืนอยู่ด้านหน้าก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้น และมีลางสังหรณ์ไม่ดี
หลังจากที่อาจารย์ใหญ่ประกาศรายชื่อจบ ก็กล่าวถามว่า “หวังว่าทุกคนจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วใช่หรือไม่ ?”
“ข้ามี!
“ข้าก็มี!”
“ข้าก็มี…”
อาจารย์ใหญ่นึกไม่ถึงเลยว่าผู้ที่ส่งเสียงออกมานี้ไม่ใช่นักเรียนที่พ่ายแพ้ แต่เป็นนักเรียนี่ได้รับชัยชนะ
อาจารย์ใหญ่ซวนกล่าวถาม “พวกเจ้ามีปัญหาอะไร ?”
พวกเขายิ้มพลางกล่าวว่า “ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเราอยากจะประลองกับศิษย์พี่ซวนอี้สักตั้ง!”
“ใช่ขอรับ ศิษย์พี่ซวนอี้ยังไม่ได้ออกแรงเลย!”
“พวกเราแต่ละคนไม่มีทางเอาชนะศิษย์พี่ซวนอี้ได้แน่นอน ดังนั้นพวกทั้งเก้าคนจึงตัดสินใจจะเอาชนะศิษย์พี่ซวนอี้ เก้าต่อหนึ่ง!”
นั่นหมายความว่า พวกเขาจะต่อสู้กันเป็นกลุ่ม! ใบหน้าที่หล่อเหลาของซวนอี้ก็แข็งทื่อไปเล็กน้อย
คนอื่น ๆ ต่างก็ตื่นเต้นขึ้นมา ศิษย์พี่ซวนอี้นั้นต้องเป็นตำนานของสำนักส่วนในของพวกเขาแน่นอน
เว้นเสียแต่จะถูกมู่เฉียนซีเอาชนะได้แล้ว เขาก็ไม่เคยพ่ายแพ้ให้ผู้ใดเลย
ตอนนี้หากซวนอี้เอาชนะการต่อสู้แบบกลุ่มนี้ได้ มันจะเป็นการต่อสู้ที่ทุกคนรอคอยเป็นอย่า