าได้อย่างไร พวกเรานั้นช่างไร้เดียงสาเสียจริง”
“หวังว่าพวกเราคงจะไม่โชคร้ายเช่นนั้น ที่ยังไม่ทันที่จะได้เข้ารอบหนึ่งร้อยคนก็ต้องไปเจอเข้ากับสหายมู่เฉียนซี”
มู่เฉียนซีที่ทำให้คู่ต่อสู้พ่ายแพ้ได้ในกระบวนท่าเดียว ก็ยังไม่เท่ากับซวนอี้ เพราะซวนอี้นั้นยิ่งไปกว่านางเสียอีก
เพราะว่าคู่ต่อสู้บางคนที่จับฉลากได้คู่ต่อสู้เป็นเขาล้วนแต่คิดว่าตนเองโชคร้าย เมื่อขึ้นไปบนเวทีก็ได้ยอมแพ้ในทันทีทั้งที่ยังไม่ได้สู้เลยสักกระบวนท่า
มู่เฉียนซีสามารถเข้าไปอยู่ในร้อยอันดับแรกได้อย่างสบาย ๆ แต่ในหนึ่งร้อยอันดับนั้นล้วนแต่เป็นผู้ที่มีพลังความสามารถของจักรพรรดิระดับที่หก มาตอนนี้หากคิดจะจัดการก็ไม่ง่ายดายเช่นก่อนหน้าเสียแล้ว
ผู้อาวุโสสูงสุดมองดูลูกศิษย์ของตนต่อสู้กับจักรพรรดิแห่งภูตระดับที่หกก็รู้สึกตึงเครียดอยู่บ้าง!
“ระดับพลังความสามารถของสาวน้อยผู้นี้เพิ่งจะลดขั้นลงมา การคัดเลือกในวันนี้นางนั้นเสียเปรียบเป็นอย่างมาก! แต่ถ้าหากยอมแพ้ไปเสียก็น่าเสียดาย”
การแข่งขันในครั้งนี้จัดขึ้นโดยมีสายตาของคนทั้งสำนักศึกษามองดูอยู่ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีกะใจเห็นแก่ตัว แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำการใดที่เป็นการลำเอียงได้
อาจารย์ใหญ่ซวนกล่าว “เจ้านี่นะ! อย่าได้กังวลใจไปเรื่อย นางยังไม่ได้ชักกระบี่ออกมาเลยนั่น!”
การตะลุยเข้ามาอยู่ในร้อยอันดับแรก มู่เฉียนซียังไม่ได้ใช้กระบี่มังกรเพลิงเลยสักครั้ง
แต่มาตอนนี้ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็ง