โชคดีที่ชิงอิ่งนั้นไม่ได้ดื้อรั้นเหมือนกับเจ้ากบฏอาถิง เมื่อมู่เฉียนซีกล่าวขึ้นว่า “ชิงอิ่ง พอได้แล้ว!” หลังจากนั้นชิงอิ่งก็หยุดในทันทีและไม่สู้กับจิ่วเยี่ยอีกต่อไป
ชิงอิ่งได้หยุดการต่อสู้ และจิ่วเยี่ยเองก็ไม่คิดที่จะทำลายหุ่นเชิดตัวนี้ของมู่เฉียนซี เพราะนี่เป็นกำแพงที่คอยปกป้องนางเอาไว้อย่างนึง
“ซี!” จิ่วเยี่ยกลับเข้ามากอดมู่เฉียนซีเอาไว้ จากนั้นก็ได้พันแผลให้นางใหม่
เมื่อไม่ทันได้ระวังนั่นจึงทำให้เลือดของนางไหลเป็นสายออกมาจากบาดแผล จิ่วเยี่ยเองก็เกิดความหงุดหงิดขึ้นมาอยู่บ้าง
ชิงอิ่งเห็นทั้งสองนั้นกอดกันไว้แน่น เขาจึงได้หายตัวไปจากที่ตรงนั้นอย่างไร้ร่องรอย
ชิงอิ่งจากไปอย่างรู้เรื่อง จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ถึงต่อให้เป็นหุ่นเชิด ซีก็อย่าได้อยู่ใกล้ชิดเขาเกินไป”
หุ่นเชิดไม่มีความรู้สึกและจะไม่หวั่นไหว จึงไม่ใช่ภัยคุกคามอะไร มันไม่เหมือนกับศาลาเรือนรางเก้าชั้น
มู่เฉียนซีกล่าว “ทำไมข้าต้องฟังเจ้าด้วย?”
“จะไม่ฟังหรือ?” ดวงตาของจิ่วเยี่ยฉายแววอันตรายออกมา และไม่สนเลยว่าบนตัวของมู่เฉียนซีนั้นจะมีบาดแผลอยู่ เขาได้จูบนางในทันที
มู่เฉียนซีเบิกตากว้าง เหล่าอาจารย์ที่พอจะมีพลังความสามารถที่แข็งแกร่งของสำนักศึกษาล้วนอยู่ที่นี่! แต่เขา…
“อื้อ…”
แต่เขากลับจูบในทันที
วิธีที่จะทำให้ซีพูดไม่ออกนั้น นี่นับเป็นวิธีการที่ดีที่สุด
“อะแฮ่ม! สมัยนี้หนุ่มสาวช่างเปิดเผยกันเสียจริง แยกย้ายกันได้แล้