“บัดซบ! นี่มันไม่ใช่หม้อพิษสามอสูรตั้งแต่แรก” สีหน้าของมู่เฉียนซีเย็นชาขึ้น
เดิมทีก็ประหลาดใจอยู่แล้วว่าเพราะเหตุใดท่านผู้เฒ่าแห่งหุบเขาหมอเทวดาถึงได้วางใจให้ศิษย์ผู้โง่เง่าของเขาเอาหม้อพิษสามอสูรมาโจมตีหุบเขาโอสถ นึกไม่ถึงว่าจะเป็นแค่สิ่งที่ไร้ตัวตน
มันมีรูปร่างภายนอกและพลังส่วนหนึ่งที่เหมือนกับหม้อพิษสามอสูร แต่มันมีเวลาจำกัด
ก็เป็นแค่ของปลอมที่อันตรธานไปแล้ว หุบเขาหมอเทวดากลับเอาชื่อสำนักมาจับคนเช่นนี้ สีหน้าของมู่เฉียนซียิ่งเคร่งขรึมลงเรื่อย ๆ
ซวนอี้กล่าวอย่างเย็นชาว่า “หุบเขาหมอเทวดาช่างไร้ยางอายยิ่งนัก เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเจ้าได้ของปลอมมา แต่พวกมันกลับพูดอย่างเอิกเกริกว่าเจ้าเอาหม้อพิษสามอสูรมา”
“พวกหุบเขาหมอเทวดามันไร้ยางอายมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ละครั้งพวกมันก็จะทำให้ข้ารู้จักพวกมันใหม่ทุกครั้ง ช่างดียิ่งนัก”
“แล้วจะทำเช่นไรกันดี ?” ซวนอี้กล่าวถาม
“ในเมื่อพวกมันเป็นฝ่ายมาหาข้า ข้าก็จะออกไปเจอพวกมันสักหน่อย”
“ไม่ได้! เจ้าไม่รู้เหรอว่าครั้งนี้มันอันตรายมากแค่ไหน ครั้งนี้พวกมันพายอดฝีมือขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตมากันหลายคน มากกว่ามหาจักรพรรดิแห่งภูตที่สำนักศึกษาซวนเสียเรามีอยู่ถึงสาม แถมหัวหน้าหุบเขาหมอเทวดาเองก็มาด้วย พลังของเขาเป็นถึงขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับสี่” ซวนอี้กล่าวด้วยความกังวลใจ
มู่เฉียนซีกล่าว “ซวนอี้ ตอนนี้เจ้าไปบอกให้อาจารย์พานักเรียนในสำนักไปหลบอยู่ในที่ที่ปลอ