ด้สลายหายไปแล้ว”
“พวกเจ้าหุบเขาหมอเทวดารู้อยู่เต็มอกว่ามันเป็นของปลอม นึกไม่ถึงว่าจะเอาข้ออ้างนี้มาวุ่นวายกับเฉียนซี ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก” ร่างสีเงินได้เคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็ว ซวนอี้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขา และกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยว
“เจ้าเด็กนี่เป็นใคร ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เจ้าควรพูด” ซือคงเลี่ยวกล่าวอย่างเย็นชา
“ข้าซวนอี้ เป็นศิษย์สายตรงของอาจารย์ใหญ่ซวนแห่งสำนักศึกษาซวนเสีย เป็นผู้สืบทอดคนต่อไปของสำนักศึกษาซวนเสีย ไม่ทราบว่าข้ามีสิทธิ์ที่จะพูดกับหัวหน้าหุบเขาซือคงหรือยัง” ซวนอี้กล่าวอย่างเย็นชา
“ข้าว่าเจ้า คงจะเป็นสุภาพบุรุษที่มาช่วยหญิงสาวคนสวยกระมัง! คนวัยหนุ่มสาวก็วู่วามเช่นนี้แหละ เพื่อหญิงสาวเพียงผู้เดียว ก็ยอมเอาสำนักศึกษาทั้งสำนักมาเป็นเดิมพันงั้นเหรอ ต่อให้เจ้ายินยอม แต่เกรงว่าอาจารย์ของเจ้าคงจะไม่ยอม” ซือคงเลี่ยวกล่าวอย่างผู้อาวุโสสั่งสอนผู้น้อย
“ข้ากับเฉียนซีเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น ต่อให้ท่านอาจารย์ของข้าอยู่ ท่านอาจารย์ข้าก็คงจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาใส่ร้ายป้ายสีนักเรียนในสำนักศึกษาแน่นอน หม้อยาของท่านผู้เฒ่าพวกเจ้าที่เฉียนซีได้มานั้นมันเป็นของปลอม ส่วนเรื่องของอวี้เหลียนชิงที่เขาต้องตกอยู่ในมือของเฉียนซี ก็เป็นเพราะเขาไร้ความสามารถ พ่ายแพ้ให้กับนาง หุบเขาหมอเทวดาของพวกเจ้าจะมาคิดบัญชีกับสำนักระดับสองเพื่อหนุนหลังเขาอย่างนั้นเหรอ ? ”
เด็ก ๆ สู้รบกันแล้วพ่ายแพ้ ผู้ใหญ่กลุ่