หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินกล่าว “ข้าไม่เชื่อคําพูดของเจ้าสัตว์ประหลาดเฒ่าที่ชั่วร้ายนั่นอย่างแน่นอน แต่เมื่อเขาพูดถึงหม้อเทพนิรันดร์เขาย่อมไม่เอ่ยถึงมันโดยไม่มีเหตุอย่างแน่นอน”
“ตอนนี้หอโอสถไม่สามารถทนได้อีกต่อไปแล้ว ถ้าพวกเขาไม่สามารถหาหม้อเทพนิรันดร์ให้พบได้ หอที่หลับใหลก็ไร้ประโยชน์สําหรับพวกเขา”
“ถ้าราชันย์ของหม้อทั้งปวง หม้อเทพนิรันดร์ ปรากฏขึ้นมาจริง ๆ ล่ะก็ บางทีอาจจะสามารถช่วยหอโอสถไว้ได้”
หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินคิดได้ดีมาก หม้อเทพนิรันดร์ได้เคยปรากฏตัวขึ้นแล้วและยังปรากฏขึ้นในหอโอสถอีกด้วย
แต่นิรันดร์ไม่ได้ตื่นขึ้นมา ก็ยังคงทําอะไรไม่ได้
มู่เฉียนซีถามขึ้นว่า “หากข้าปฏิเสธที่จะอยู่ในหุบเขาโอสถเพื่อฝึกฝน หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินจะตกลงที่จะร่วมมือกับหุบเขาหมอเทวดาหรือไม่ ?”
“ถ้าพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถหาหม้อเทพนิรันดร์พบได้จริง ๆ ข้าก็คิดที่จะร่วมมือกับพวกเขา หอโอสถในสายตาพวกเราไม่ใช่เพียงมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ชิ้นหนึ่งอีกต่อไป แต่มันเป็นอาจารย์และญาติสนิทมิตรสหายของพวกเรา ข้าไม่อยากให้มันหลับสนิทจนไม่ตื่นไปอีกตลอดกาลจริง ๆ”
ความรู้สึกของพวกเขา มู่เฉียนซีนั้นเข้าใจดี สําหรับนางก็เหมือนกันกับอาถิงและนิรันดร์
เด็กน้อยไร้เดียงสาอย่างเสี่ยวเย่านั้นน่ารักมาก นางไม่อยากให้มันตกไปอยู่ในมือของกลุ่มคนอย่างหุบเขาหมอเทวดาเลยจริง ๆ
หุบเขาหมอเทวดาเป็นศัตรูของนาง และนางก็ไม่ต้องการให้หุบเขาหมอเทวดาเพ