ู่เฉียนซีด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มว่า “แม่นางมู่ บรรยากาศในชั้นเจ็ดไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ เวลามันน้อยเกินไป ข้ายังไม่ทันได้ทดสอบชั้นที่หกเสร็จเลย ก็พลาดที่จะได้ชมบรรยากาศในชั้นเจ็ดซะแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเสียใจว่า “การทดสอบชั้นหกนั้นยากเกินไป ข้าก็ไม่ผ่านด่านเหมือนกันก็เลยไม่รู้ว่าบรรยากาศชั้นเจ็ดมันเป็นยังไง”
อวี้เหลียนชิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง เดิมทีก็คิดว่านางจะเก่งกาจ นึกไม่ถึงว่าจะไม่ผ่านการทดสอบในชั้นหกเหมือนกับเขาด้วย
เมื่อนึกถึงการทดสอบอันวิปริตของชั้นหกแล้ว อวี้เหลียนชิงก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที!
มู่เฉียนซีกล่าว “แต่อีกสิบปีข้างหน้าก็อาจจะได้เห็นบรรยากาศในชั้นเจ็ดก็ได้นะ คุณชายอวี้ แล้วเจ้าล่ะ ?”
สีหน้าของอวี้เหลียนชิงดำคล้ำด้วยความโกรธ เขาไม่มีโอกาสครั้งที่สองแล้ว แต่หญิงสาวผู้นี้กลับมีโอกาสนั้น เมื่อคิดเช่นนี้สีหน้าของเขาก็ยิ่งเขียวคล้ำ
อวี้เหลียนชิงกล่าวด้วยท่าทีที่แปลกประหลาดว่า “แม่นางมู่อย่าได้คาดหวังมากเกินไปจะดีกว่านะ อีกสิบปีข้างหน้าไม่รู้ว่าหอโอสถยังจะมีอยู่อีกหรือไม่”
ใบหน้าของมู่เฉียนซีตกตะลึงเล็กน้อย เจ้าหมอนี่รู้เรื่องอะไรมาอย่างนั้นเหรอ ?
ไป๋เหลิ่งชวงมองไปที่มู่เฉียนซี เป็นไปได้ยังไง ด้วยความสามารถของนางแล้ว นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่านางจะขึ้นไปไม่ถึงชั้นเจ็ด มิน่าล่ะว่าเหตุใดหลายพันปีที่ผ่านมานี้ไม่มีผู้ใดขึ้นไปได้เลย
หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินพาพวกเขาออกไปจา