ียงกรีดร้องขึ้น และกล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “คนงาม เจ้าช่างยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว!”
“อ๊า อ๊า อ๊า! เจ้าคือของล้ำค่าที่สวรรค์มอบให้ข้าจริง ๆ!”
“……”
การแสดงออกที่ลืมตัวเช่นนี้แน่นอนว่าไม่อาจให้ผู้อื่นได้ยินไปได้ ประเดี๋ยวจะทำลายความน่าเกรงขามของกลไกวิญญาณอย่างมัน
อวี้เหลียนชิงกล่าวอย่างเหยียดหยามว่า “ก็ทำได้แค่วิธีที่คดโกงนั่นแหละ!”
ไป๋เหลิ่งชวงรู้สึกกลัดกลุ้มใจเป็นอย่างมาก ที่กลไกวิญญาณกล่าวมาเมื่อครู่นี้ก็ถูก ก่อนหน้านี้นางถือเกียรติมากไปแล้ว
ในฐานะที่เป็นนักปรุงยาคนหนึ่ง การศึกษาตำราพิษเพื่อปกป้องตัวเอง และเอาไว้ต่อกรกับศัตรูไม่มีสิ่งใดที่ไม่ถูก
การท้าทายของหอโอสถในครั้งนี้ ถึงแม้ว่านางจะพ่ายแพ้ในที่แห่งนี้ แต่ทุกสิ่งที่นางได้ตระหนักรู้ก็เพียงพอที่นางจะเอาไปใช้ประโยชน์ในการใช้ชีวิตแล้ว
การมาครั้งนี้ของนางไม่ได้เปล่าประโยชน์เลย!
มู่เฉียนซีเดินอยู่ในชั้นห้าที่มีพิษร้ายแรงแห่งนี้ราวกับเดินอยู่ในสวนสมุนไพรของตัวเองก็มิปาน เดินเลือกสมุนไพรพิษและดอกไม้พิษที่ตนเองต้องการด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายสบาย ๆ จากนั้นนางก็เริ่มหลอมยาพิษแล้ว
ไม่นานนัก กลิ่นหอมของยาพิษก็ตลบอบอวลออกมา ทำให้ทุกคนหนาวสั่นสะท้านขึ้นมา
พวกเขามีความรู้สึกขนลุกขนพอง ถึงแม้พวกเขาจะไม่รู้ว่ามู่เฉียนซีหลอมพิษชนิดใด แต่มันต้องเป็นยาพิษที่อันตรายมากเป็นแน่
หลังจากที่มู่เฉียนซีหลอมยาเสร็จนางก็ได้เอายานั้นออกมา เสี่ยวเย่าประกาศออกมาอย่างไม่