กเกินไป แม้แต่เรี่ยวแรงจะลุกยืนขึ้นก็ไม่มี
มู่เฉียนซีกล่าวต่อว่า “การหลอมยาพิษเป็นจุดอ่อนของเจ้า ความแข็งแกร่งทั้งหมดของเจ้ายังเอาออกมาใช้ไม่หมดเลยหนิ ข้าอยากจะให้เจ้าไปแข่งกับข้าที่สองชั้นข้างบนสักหน่อย ข้าคิดว่าเจ้าก็คงจะไม่สบายใจที่จะหยุดอยู่แค่ชั้นนี้หรอกใช่ไหม ขึ้นไปชั้นบนคงจะได้รับอะไรมากกว่านี้”
ไป๋เหลิ่งชวงนิ่งเงียบไป แต่ก็มีเกียรติในตนเอง นางยังคงไม่อยากรับการช่วยเหลือของมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าคิดซะว่ายานี้เป็นสิ่งตอบแทนจากข้าก็ได้ ตอนที่อยู่ชั้นหนึ่ง ถึงแม้ว่าเจ้าจะบอกว่าไม่ได้ช่วยข้า แต่จริง ๆ ก็ถือว่าช่วยข้าแล้ว”
มู่เฉียนซีวางยาลง และกล่าวกับเสี่ยวเย่าว่า “เราไปชั้นหกกันเถอะ!”
“ได้เลย!”
ลำแสงสีขาวได้ห่อหุ้มร่างของมู่เฉียนซีเอาไว้ และส่งนางไปยังชั้นหก อวี้เหลียนชิงทำได้แค่จ้องเขม็งมองมู่เฉียนซีถูกส่งตัวขึ้นไปด้วยความอิจฉาริษยาจนแทบจะบ้าคลั่งอยู่แล้ว
ในที่สุดไป๋เหลิ่งชวงก็รับน้ำใจของมู่เฉียนซีเอาไว้ ส่วนอวี้เหลียนชิงก็ใจเด็ดหยิบยาวิญญาณออกมาเม็ดหนึ่งและกลืนเข้าไป
นี่คือยาแก้พิษช่วยชีวิตเม็ดเดียวที่ท่านอาจารย์ได้ให้เขาเอาไว้ แต่มันสามารถบรรเทาพิษร้ายแรงได้หลายชนิด
หากไม่ใช่เพราะสถานการณ์บีบบังคับ เขาไม่คิดที่จะสิ้นเปลืองยาแก้พิษเม็ดนี้เลย
ถึงแม้ว่าจะกินยาแก้พิษเข้าไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้แก้พิษได้ทั้งหมด เพียงแต่สามารถทำให้อวี้เหลียนชิงเคลื่อนไหวได้ปกติเท่านั้น
อาการของ