สียเวลาอยู่ที่นี่อีกเลย รีบออกไปซะ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้าได้เห็นพวกเราผ่านด่านไปทีละคน ๆ ในใจเจ้าก็จะเป็นทุกข์ไม่ใช่เหรอ ?”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าคิดว่าในฐานะที่เป็นนักปรุงยา ทุกคนจะใจร้อนเช่นเจ้างั้นเหรอ ?”
สีหน้าของอวี้เหลียนชิงดำคล้ำยิ่งกว่าก้นหม้อ “ข้าว่าเจ้าปากแข็งอยู่ที่นี่ต่อไปเถอะ!”
ในใจของมู่เฉียนซีนั้นนิ่งสงบมาก มองดูพวกเขาผ่านด่านไปทีละคน ๆ ดูว่าว่ามีแผนการรับมือเช่นไรได้บ้าง!
ตราบใดที่ยังไม่ถึงวินาทีสุดท้าย นางไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด
ผลสุดท้ายมู่เฉียนซีก็ค้นพบเรื่องหนึ่งแล้ว นักปรุงยาคนหนึ่งพลังจิตของเขาไม่เพียงพอ ความสามารถในการควบคุมไฟไม่เพียงพอ แต่เบื้องหลังของเขานั้นแข็งแกร่งมาก
เขาเซ่นด้วยหม้อยาระดับปฐพีที่มีคุณสมบัติเป็นไฟ และใช้หม้อยาระงับเปลวไฟเหล่านั้นไว้ตลอดทางที่เดินไป เขาก็ผ่านด่านไปได้อย่างสมบูรณ์
ดวงตาของมู่เฉียนซีเปล่งประกายขึ้น ทำเช่นนี้ได้จริง ๆ ด้วย! เสี่ยวเย่าพึมพำว่า “โกง! นี่มันโกงชัด ๆ! มนุษย์ก็ช่างเสาะหาช่องโหว่จริง ๆ ถึงแม้ว่าข้าจะเป็นกลไกวิญญาณข้าก็ไม่สามารถอุดช่องโหว่นี้ได้ หากสาวงามมีอาวุธวิญญาณเช่นนี้ ต่อให้เป็นพลังธาตุวารีก็สามารถผ่านด่านได้”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “เสี่ยวเย่า ข้ามีอาวุธวิญญาณเช่นนี้อยู่ชิ้นหนึ่งจริง ๆ”
มู่เฉียนซีเอากระบี่มังกรเพลิงออกมา ก่อนนางจะเดินไปยังเส้นทางแห่งเปลวไฟนั้น นางได้กล่าวว่า “มังกรเพลิง ครั้งน