ะงักการก้าวเท้าลง และกล่าวถามว่า “ยังมีเรื่องอันใดอีกเหรอ ?”
อาจารย์ใหญ่หวงฝู่กล่าว “การประลองของหอโอสถครั้งนี้ ศิษย์สายตรงของตาเฒ่าแห่งหุบเขาหมอเทวดาผู้นั้นออกมือเอง คนผู้นั้นดูเหมือนว่าจะอายุประมาณยี่สิบเจ็ดปี เกรงว่าพลังความแข็งแกร่งจะไม่ธรรมดา เพราะฉะนั้นการประลองของหอโอสถในครั้งนี้สาวน้อยซีทำทุกอย่างให้เต็มที่ และสุดความสามารถก็พอ ไขกระดูกสีม่วงนั่น ข้าจะหาวิธีแลกมันมาจากหุบเขาหมอเทวดา”
สาวน้อยเป็นตัวแทนของสำนักศึกษาเข้าร่วมการประลอง ต่อให้ไม่ได้อันดับหนึ่งหรือติดสิบอันดับแรก แต่ก็เป็นการนำเกียรติยศมาให้สำนักศึกษาของพวกเขา หน่วยสำนักปรุงยาของพวกเขาก็ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว มอบรางวัลให้นางนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำแน่นอน
แสงสลัวแวบผ่านดวงตาของมู่เฉียนซี “ศิษย์สายตรงของปรมาจารย์แห่งหุบเขาหมอเทวดา จะไปเข้าร่วมการคัดเลือกของหอโอสถจริง ๆ เหรอ ?”
“ใช่! ตาเฒ่าประหลาดนั่นได้รับอัจฉริยะคนหนึ่งมาเป็นศิษย์ ไม่ออกมาลองดูกันสักตั้งก็คงจะไม่วางใจหรอก” อาจารย์ใหญ่หวงฝู่แบะปาก
การคัดเลือกของหอโอสถในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ไขกระดูกสีม่วงที่ปรากฏออกมา แต่ยังเป็นการพบกับศัตรูโดยบังเอิญอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว แต่สิ่งที่นางอยากจะได้ นางจะเอาชนะมาด้วยตัวเอง เป็นศิษย์สายตรงของปรมาจารย์แห่งหุบเขาหมอเทวดาแล้วยังไง”
อาจารย์ใหญ่กล่าวอย่างจนปัญญาว่า “ฝีมือการปรุงยาของสาวน้อยซีนั้นทำให้ผู้คนต่างต้องตกตะล