้องกลายเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแล้ว
“คงจะเป็นแค่คนชื่อเดียวกัน แซ่เดียวกันกระมัง! อาจจะไม่ใช่มู่เฉียนซีสำนักส่วนในของพวกเราก็ได้”
ซวนอี้ก็ได้รู้ข่าวนี้แล้วเช่นกัน สัญชาตญาณของเขาบอกเขาว่าเป็นคนที่เขารู้จัก นั่นก็คือมู่เฉียนซีผู้ที่เขาคุ้นเคยผู้นั้น
ทว่า นี่มันผิดปกติยิ่งนัก มู่เฉียนซีบอกเขาว่านางเป็นนักหลอมอาวุธ เหตุใดถึงยังเป็นนักปรุงยาไปได้
น้อยคนนักที่จะเชี่ยวชาญทั้งสามด้าน อีกอย่างแต่ละด้านนั้นล้วนแต่ดีเลิศมาก นี่ไม่ใช่มนุษย์แล้ว
วันเวลาที่จะเดินทางไปอวิ๋นโจวนั้นได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ก็คือสามวันหลังจากนี้ และแน่นอนว่ามู่เฉียนซีก็ลงมาจากห้องฝึกฝนชั้นที่เก้าแล้ว
เพียงแต่ว่า ทันทีที่เดินออกมาจากหอรวมวิญญาณก็มีคนจำนวนมากที่ยืนอยู่ด้านนอก มู่เฉียนซีเห็นเช่นนี้แล้วก็ตกใจผงะไปครู่หนึ่ง นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้น ? หรือว่าวันนี้มีกิจกรรมสำคัญที่หอรวมวิญญาณ ?
ในตอนนี้เองซวนอี้ก็เดินออกไป “มู่เฉียนซี อัจฉริยะนักปรุงยาที่จะไปหุบเขาโอสถที่อวิ๋นโจวเพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกของหอโอสถผู้นั้น ใช่เจ้าหรือไม่ ?”
หลังจากที่พวกเขาได้ไปสืบสาวราวเรื่องมา นิสัยและรูปลักษณ์ภายนอกของมู่เฉียนซีก็เหมือนกัน แต่พวกเขาได้ไปสอบถามกับผู้อาวุโสสูงสุดมาแล้ว ผู้อาวุโสสูงสุดกลับบอกว่าไม่รู้ ตอนนี้พวกเขาต้องการจะพิสูจน์เรื่องนี้ให้แน่ชัด ว่ามู่เฉียนซีผู้นั้นใช่คนตรงหน้าผู้นี้หรือไม่