“ธนูง้างสายแล้วไม่ปล่อยออกไปคงไม่ได้ ยังไงเราก็ไม่มีทางเลือก”
“อืม ข้าคิดว่าอาจารย์มู่คงไม่ใส่ใจเรื่องการหายตัวไปนี้กระมัง”
ซูเซิงขมวดคิ้วแน่น “ข้าคิดว่าถ้านางเป็นคนที่อาจารย์มู่ชอบจริง ๆ ข้าก็ชักจะคาดหวังในความแข็งแกร่งของนางแล้ว”
“อ๊าก! ศัตรูหัวใจแข็งแกร่งมาก ข้าเจ็บปวดนัก”
มู่เฉียนซีเดินไปหาพวกเขาและแย้มยิ้ม “ข้ารู้ว่าทุกคนคงสงสัยเกี่ยวกับการที่ข้าได้เข้าร่วมการประลองของหอแห่งหุบเขาโอสถ ดังนั้นข้าจึงยินดีที่จะยอมรับคําท้าของพวกเจ้า”
“ส่วนจะท้าประลองอย่างไรนั้น พวกเจ้าสามารถเข้ามาทีละคนได้” มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ
“ทีละคน!”
“นี่มันต่อสู้แบบหมุนเวียน!”
พวกเขาพากันโพล่งออกมา
“ฮืม… นี่เหมือนกับสงครามวงล้อ สู้กันแบบหมุนเวียนเหมือนที่อาจารย์มู่ท้าประลองกับอาจารย์คนอื่น ๆ ในสํานักน่ะรึ ?”
“บ้าไปแล้ว สมแล้วที่เป็นคนที่อาจารย์มู่ซีเลือก อวดดีอย่างบ้าระห่ำเหมือนกันกับอาจารย์มู่ซีไม่มีผิด”
ซูเซิงกล่าว “สหายมู่เฉียนซี เจ้าไม่ได้แข็งแกร่งอย่างอาจารย์ ทางที่ดีอย่าเลียนแบบอาจารย์ มิฉะนั้นจะพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวชใจ”
มู่เฉียนซียิ้มเย็นยะเยือก “ข้ากล้าเลียนแบบ นั่นก็หมายความว่าข้ามั่นใจมาก พวกเจ้าไม่ต้องมาเตือนข้าให้เปลืองน้ำลายหรอก”
“เจ้าจะไม่เสียใจภายหลังแน่รึ ?”
“ข้าไม่เสียใจอย่างแน่นอน!”
เมื่อหวงฝู่จี้เหินเห็นมู่เฉียนซีออกมา ก็รู้ว่าพวกเขาคงต้องแพ้ในครั้งนี้แน่แล้ว
ครั้งก่อนที่ท่านป