าเองก็ยังปรุงพิษได้ยอดเยี่ยมด้วย ส่วนเจ้าเด็กน้อยจี้เหินปรุงยาแบบที่ใช้ฉีดได้เก่งกาจนัก แต่ที่หุบเขาโอสถนั้นยังไม่สามารถจัดแข่งการประลองเรื่องยาแบบเข็มได้ ส่วนคนอื่น ๆ…”
เมื่อมีอัจฉริยะจำนวนมากมายก็เลือกยาก เวลานี้ใจพวกเขาเองก็ร้อนรนอยู่บ้าง
อาจารย์ใหญ่มองมู่เฉียนซีก่อนจะกล่าวขึ้น “เจ้าหนูมู่ เจ้าเป็นอาจารย์ของห้องเจ็ด เจ้าคิดว่าเหมาะสมที่จะส่งใครไปหุบเขาโอสถรึ ?”
มู่เฉียนซีขมวดคิ้ว “ฮืม… มีอยู่ผู้หนึ่งที่เหมาะสมเป็นอย่างมาก แต่ไม่ใช่ศิษย์ห้องเจ็ดและมิใช่คนของสำนักย่อยการปรุงยา เช่นนี้มิทราบว่าจะได้หรือไม่ ?”
อาจารย์ใหญ่หวงฝู่กล่าว “ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นสำนักย่อยการปรุงยาหรือไม่ ขอแค่เพียงเป็นศิษย์ของสำนักศึกษาเราก็พอแล้ว”
ผู้อาวุโสสูงสุดเบิกตากว้างก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าหมายถึง เจ้าสาวน้อยมู่เฉียนซีนั่นน่ะรึ ?”
อาจารย์ใหญ่พยักหน้า “ใช่ แต่นางจะยินยอมหรือเปล่านั้นข้าก็ไม่แน่ใจ”
“อาจารย์ใหญ่ ท่านลืมของรางวัลของผู้ได้อันดับหนึ่งไปแล้วหรือไร ?” มู่เฉียนซีเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ไขกระดูกสีม่วง สาวน้อยผู้นั้นต้องการสิ่งนั้นมากอย่างนั้นรึ ?”
“อันดับที่หนึ่ง นั่น…”
“ฮ่า ๆ ๆ ทำไมข้าถึงลืมเด็กสาวนั่นไปได้กันนะ” ผู้อาวุโสที่สองหัวเราะร่วน
มู่เฉียนซี “เพราะนางไม่ใช่คนของสำนักย่อยการปรุงยา หากให้นางไปยังหุบเขาโอสถ ท่านคิดว่าศิษย์พวกนั้นจะยินยอมเรื่องนี้ไหมล่ะ ? เรื่องนี้เป็นเรื่องไม่ยุติธรรม ข้าจึงขอเสน