ทุกคนต่างก็ซุบซิบกันไม่หยุด และมุมปากของมู่เฉียนซีก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย
เข็มยาแก้พิษเข็มหนึ่งปักเข้าที่แขนของซวนอี้ มู่เฉียนซีหันหลังกลับมายังห้องฝึกฝนชั้นที่เจ็ดของตัวเอง
ส่วนซวนอี้ก็ค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมาอย่างช้า ๆ แต่ก็ยังคงไม่ได้สติ “นางบอกว่าเสมอกันจริง ๆ!”
ตอนนี้มู่เฉียนซีกำลังฝึกบำเพ็ญอยู่ในห้องฝึก และไม่มีผู้ใดใจกล้ามาท้าประลองกับนางอีก
ในขณะที่นางกำลังจะไปท้าประลองชั้นที่แปดนั้น ผลลัพธ์คือทั้งสองคนที่อยู่ในชั้นที่แปดนั้นกลับยอมจำนนให้แก่นางแต่โดยดี
จะล้อเล่นได้เช่นไร ? ศิษย์น้องนักเรียนใหม่วิปริตผู้นี้เอาชนะซวนอี้ผู้เป็นอันดับหนึ่งของสำนักศึกษาพวกเราได้เชียวนะ! แล้วพวกเขาจะเป็นคู่สู้ของนางได้เช่นไรกันล่ะ
ซวนอี้สับสนอยู่หลายวัน ในที่สุดก็เป็นฝ่ายมาหามู่เฉียนซีด้วยตัวเอง
มู่เฉียนซีกล่าว “ทำไม ? คิดอยากจะประลองอีกครั้ง จะตัดสินแพ้ชนะอย่างนั้นเหรอ ?”
“วันนั้น เป็นข้าที่พ่ายแพ้ ห้องฝึกชั้นที่เก้าเป็นของเจ้าแล้ว เจ้าขึ้นไปเถอะ!” ซวนอี้กล่าว
“ตอนนี้ระดับพลังวิญญาณของข้ายังไม่สูงพอ ห้องฝึกชั้นที่แปดเพียงพอแล้วสำหรับการฝึกบำเพ็ญของข้า หากข้าต้องการห้องฝึกชั้นที่เก้าจริง ๆ แล้วล่ะก็ ข้าจะเอาชนะเจ้าให้ถึงที่สุด”
ในวันนั้น หากเป็นการต่อสู้แห่งความเป็นกับความตาย และหากกระบี่ของซวนอี้ไร้ความปรานีแล้วล่ะก็ นางก็คงไม่มีโอกาสที่จะวางยาพิษ
“ข้าแพ้แล้ว เจ้าบอกว่าจะขอสิ่งใดกับข้า เจ้าพูดมาเถอะ!” ซว