นตอนนี้ยังทัน” หงกวางจ้องมู่เฉียนซีตาเขม็ง
มู่เฉียนซีตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าไม่เปลี่ยนใจหรอก มาเริ่มกันเลยเถอะ”
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจเจ้าแล้ว”
เมื่อผู้ตัดสินประกาศเริ่มการประลอง หงกวางไม่รีรอ พุ่งกระโจนออกไปราวกับราชสีห์ตัวหนึ่ง
เหล่าบรรดาคน ณ ที่แห่งนั้นล้วนถอนหายใจ บางคนก็กล่าวขึ้นมา “เจ้าหงกวางนี่ก็จริง ๆ เลย จะอย่างไรเสียศิษย์หญิงหน้าใหม่ก็เป็นสาวงามผู้หนึ่ง จะอ่อนโยนกับนางหน่อยไม่ได้เลยหรือยังไง”
— ตู้ม! —
เสียงดังเสียดหูเสียงหนึ่งลอยมาท่ามกลางกลุ่มควันสีเทาทะมึน ทุกคนล้วนเบิกตากว้างพลางโพล่งขึ้น “แย่แล้ว! แม่นางรุ่นน้องคนงามผู้นั้นจบเห่แน่แล้ว”
“ไม่… นางหายไปแล้ว”
ทว่าหลังจากที่กลุ่มควันเทาทะมึนจางหายไป มู่เฉียนซีก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านบนศีรษะของหงกวางอย่างไม่ทันตั้งตัว นางยกแขนข้างหนึ่งขึ้นเบา ๆ แล้วบรรจงกล่าวออกมาสี่คำ
“ทักษะเทียนซวน!”
— บึ้ม! —
หงกวางกลิ้งตลบไปบนลานประลองราวกับผลไม้ที่ตกพื้น และเหล่าบรรดาผู้ที่มาชมดูก็แทบจะลูกตาถลนทะลักออกจากเบ้า นั่นมัน…
หงกวางเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ บางทีเหตุแห่งการแพ้คงจะมาจากความประมาทเป็นส่วนมากแน่ ๆ แต่อย่างไรเสียเขาก็พ่ายแพ้แล้ว
เขาแพ้ให้แก่ศิษย์น้องหน้าใหม่ในกระบวนท่าเดียว น่าขายหน้านัก!
“น่าขยะแขยงจริง ๆ!” หงกวางที่ตกไปด้านล่างเวทีประลองสบถออกมาอย่างไม่ยินยอม แต่เขาจะทำอะไรได้
“มู่เฉียนซีเป็นฝ่ายชนะ!” เสียงผู้ตัดสินการประลองดังขึ้น
และตามด้วย