้กลัวความยากลำบากเอาซะหล่ะ!”
“อืม!” มู่เฉียนซีพยักหน้าตอบรับอย่างเชื่อฟัง
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “ท่านอาจารย์ ในเมื่อข้าเป็นศิษย์ของท่านแล้ว ท่านจะบอกเรื่องเรื่องหนึ่งกับข้าได้หรือไม่ ?”
“เจ้ามีเรื่องใดจะถามข้างั้นเหรอ!” ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวถาม
“ข้าอยากรู้ว่าอาจารย์ใหญ่อยู่ที่ไหน ?”
“ตาเฒ่าซวน เจ้านั่นได้ขาดการติดต่อกับข้าไปนานหลายปีแล้ว ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาอยู่ที่ไหน เจ้าถามหาเขามีอะไรเหรอ ?”
“กระบี่ของข้าหักแล้ว นักหลอมอาวุธธรรมดาทั่วไปไม่สามารถหลอมได้ ทั้งเสียโจวมีเพียงเขาเท่านั้นที่มีความสามารถนี้!” มู่เฉียนซีตอบตามความเป็นจริง
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว “เจ้าตั้งใจฝึกฝนให้ดีเถอะ ขอเพียงแค่เขากลับมา อาจารย์จะให้เขาช่วยหลอมกระบี่ให้กับเจ้า คำขอเพียงเล็กน้อยแค่นี้ เขาไม่ปฏิเสธหรอก”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “เช่นนั้นต้องขอบคุณท่านอาจารย์มาก!”
ต่อมา การฝึกฝนของผู้อาวุโสสูงสุดนั้นยากลำบากมาก แต่หากเปรียบเทียบกับการฝึกฝนของจิ่วเยี่ยแล้วก็ยังแย่กว่าไปหน่อย ในทุก ๆ วัน มู่เฉียนซีได้ฝึกฝนเนื้อหาจนสำเร็จโดยไม่กล้าปริปากบ่นว่าเหน็ดเหนื่อยเลย และสิ่งนี้ทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดยิ่งชื่นชมนางมากขึ้นเรื่อย ๆ
เดิมทีคิดว่าเป็นแค่สาวน้อยที่มีพรสวรรค์ดีไม่สามารถทนต่อความยากลำบากได้ กลับนึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะมองผิดไป
หลังจากที่ฝึกฝนมาเป็นเวลาสามเดือนครึ่งก็ไม่ได้มีข่าวเกี่ยวกับอาจารย์ใหญ่เลย มู่เฉียน